ยื่นภาษี ให้ได้เงินคืนสูงสุด

สำหรับคนส่วนใหญ่ภาษีเป็นเรื่องที่ยากเพราะเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายมากมาย และยังมีการคำนวณที่ซับซ้อน แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ การจัดการภาษีให้ดีทั้งระดับธุรกิจและส่วนตัวถือเป็น “การลงทุน” ที่สำคัญทางหนึ่ง เพราะการจัดการภาษีอย่างถูกต้องและได้ประสิทธิภาพอาจทำให้เราประหยัดภาษีได้มากถึง 10% ของรายได้ทั้งปีโดยเฉลี่ย ซึ่งการลงทุนในประเภทอื่นๆ ที่ได้ผลตอบแทนเท่ากันนี้ มักจะตามมาด้วยความเสี่ยงที่สูงกว่ามาก

สำหรับช่วงนี้ซึ่งถือเป็นฤดูกาลยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผมจึงขอสรุป 3 ข้อควรรู้ในการยื่นภาษีบุคคลธรรมดาให้ถูกต้องและได้เงินคืนสูงสุดกันครับ

1.เตรียมภาษีต่างกัน ได้เงินคืนไม่เท่ากัน

นอกจากจะต้องทราบประเภทเงินได้ของเรา และรายการลดหย่อนพร้อมเงื่อนไขต่างๆ ที่เราได้สิทธิอย่างถูกต้องอย่างครบถ้วนแล้ว สิ่งที่ทำให้การได้เงินคืนภาษีแตกต่างกันคือ การเลือกระหว่างหักค่าใช้จ่ายตามจริง หรือหักแบบเหมาจ่าย สำหรับเงินได้ประเภท 40(5), 40(6), 40(7) และ 40(8) ซึ่งเราต้องเลือกหักค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด

การเลือกระหว่างรวมเงินได้พวกเงินปันผลจากหุ้น/กองทุนรวม หรือดอกเบี้ย ระหว่างปล่อยให้ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายไปเลย โดยไม่นำมารวมคำนวณ หรือนำมารวมคำนวณในการยื่นภาษีประจำปี ซึ่งเราต้องเลือกวิธีที่ทำให้เสียภาษีน้อยที่สุด

สำหรับคนมีคู่สมรส หากมีเงินได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีทั้งคู่ การแยกยื่นจะทำให้เสียภาษีน้อยกว่า

สำหรับผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้พิการนั้น จะได้สิทธิยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ 190,000 บาทแรก ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะใช้สิทธิดังกล่าวกับเงินได้ประเภทใดบ้าง โดยควรเลือกใช้สิทธิไปกับเงินได้ที่หักค่าใช้จ่ายได้น้อยที่สุด ไปจนถึงประเภทที่หักค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นตามลำดับ จนครบสิทธิ

2. หากยื่นภาษีไปแล้วลองคำนวณใหม่กลับจ่ายภาษีได้น้อยกว่า สามารถยื่นขอคืนใหม่ได้

นอกจากนี้ถ้าท่านลองกลับไปคำนวณภาษีของท่านในปีที่ผ่านๆ แล้วพบว่าท่านได้จ่ายภาษีมากเกินกว่าที่ลองคำนวณดูใหม่ สามารถยื่นขอเงินที่จ่ายเกินคืนได้ แต่ต้องรีบขอภายใน 3 ปีนับจากวันสุดท้ายที่ครบกำหนดยื่นในปีนั้นๆ นะครับ  (แต่ถ้าลองคำนวณแล้วพบว่าคำนวณผิดต้องจ่ายเพิ่ม ก็อย่าลืมทำเรื่องยื่นใหม่เช่นกันนะครับ ไม่เช่นนั้นอาจโดนปรับย้อนหลังพร้อมดอกเบี้ยได้ครับ)

3. หยุดใช้คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญในปีต่อๆ ไป

ถ้าใครประกอบธุรกิจในรูปแบบคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญ นอกจากต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91 แล้ว ในปีนี้ยังต้องยื่นบัญชีแสดงรายได้รายจ่ายตามจริง โดยต้องแสดงยอดรวมเงินคงเหลือยกมาจากปีก่อน รายได้ระหว่างปี รายจ่ายระหว่างปี ส่วนแบ่งของกำไรหรือเงินได้ที่จ่ายให้หุ้นส่วนหรือบุคคล และยอดเงินคงเหลือที่ยกไปปีภาษีถัดไป

อย่างไรก็ตามใช้ห้างหุ้นส่วนสามัญและคณะบุคคลนอกจากจะมีความยุ่งยากในการทำรายงานแล้ว จะทำให้เสียภาษี 2 ต่ออีกด้วย ซึ่งหากใครยังคงยื่นลักษณะนี้อยู่ผมแนะนำให้เปลี่ยนในปีต่อไปนะครับ ส่วนควรจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไรนั้น ผมจะมาเล่าให้ฟังในบทความครั้งหน้าครับ

ทั้งนี้หากเข้าใจคอนเซ็ปต์การเตรียมยื่นภาษีเรียบร้อยแล้ว ยังอยากหาเครื่องมือช่วยในการคำนวณและเตรียมแบบภาษีให้ได้เงินคืนสูงสุดอย่างง่ายๆ และประหยัดเวลาแล้วล่ะก็ สามารถไปใช้ได้ฟรีเลยที่ www.itax.in.th ครับ

สุดท้ายนี้หากท่านผู้อ่านสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับภาษี ทั้งภาษีธุรกิจและส่วนตัวในหัวข้อใด สามารถส่งหัวข้อผ่านทาง Facebook Message “facebook.com/iTAXThailand” โดยระบุชื่อคอลัมน์ “ภาษีพารวย” โดยหัวข้อที่ได้รับเลือกจะได้รับแก้วน้ำ Picco จาก iTAX ส่งไปที่ให้ที่บ้านเลยครับ

 

ที่มา : ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์

 

ติดตามชี้ช่องรวย

แสดงความคิดเห็น