ศูนย์รวมแฟรนไชส์น่าลงทุน
แฟรนไชส์

แฟรนไชส์ แซ่บเศรษฐี ส้มตำ ยำ ทอด ตามสั่ง 80 เมนูครบจบในร้านเดียว การันตีความอร่อยจาก 50 สาขาทั่วประเทศ

เมนูที่คนไทยทุกคนต้องรู้จักและรักมาตลอด นั่นคือ “ส้มตำ” ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในประเทศหรือต่างประเทศ ก็ต้องรู้จักความแซ่บของส้มตำไทย และนี่คือจุดแข็งที่ทำให้ แซ่บเศรษฐี เลือกสร้างธุรกิจแฟรนไชส์บนฐานเมนูที่ไม่มีวันตกยุค

แซ่บเศรษฐี (ZAB SETTHEE) คือร้านอาหารอีสาน-ส้มตำที่ครบจบในร้านเดียว ด้วยเมนูกว่า 80 เมนู ตั้งแต่ส้มตำ ยำ ทอด ไปจนถึงอาหารตามสั่ง พร้อมระบบน้ำยำปรุงรสสำเร็จที่ “ใครทำก็อร่อย” ปัจจุบันขยายไปแล้วกว่า 50 สาขา 

รู้จักแซ่บเศรษฐีก่อนตัดสินใจ

แซ่บเศรษฐีเกิดจากความหลงใหลในรสชาติของส้มตำ จนต่อยอดเป็นธุรกิจที่มีระบบมั่นคง พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่วงการธุรกิจอาหารได้อย่างมั่นใจ

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของแซ่บเศรษฐีคือ น้ำยำปรุงรสแบบสำเร็จที่ใครทำก็อร่อย วัตถุดิบที่นำมาใช้คัดสรรเฉพาะคุณภาพดี ผ่านครัวกลางที่มั่นใจได้ว่าเป็นมาตรฐานเดียวกัน ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องไปซื้อวัตถุดิบเอง ทำให้ควบคุมคุณภาพและต้นทุนได้มาตรฐานทุกสาขา

ราคาเมนูเริ่มต้นที่ 35 บาท ซึ่งเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ทำให้ฐานลูกค้ากว้างและรายได้ต่อเนื่องตลอดวัน

โครงสร้างค่าใช้จ่ายทั้งหมด ปี 2569

รายการ รายละเอียด
ลักษณะกิจการ แฟรนไชส์ร้านอาหารอีสาน-ส้มตำ
ค่าแฟรนไชส์ 390,000 บาท
ระยะเวลาสัญญา 3 ปี
งบการลงทุนรวม 390,000 – 650,000 บาท
จำนวนสาขาปัจจุบัน มากกว่า 50 สาขา

ค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อเดือนที่ต้องเตรียม

รายการ ประมาณการ
ค่าเช่าพื้นที่ต่อเดือน 20,000 – 80,000 บาท
ค่าแรงพนักงาน (2–4 คน) 30,000 – 60,000 บาท/เดือน
ค่าสาธารณูปโภค 5,000 – 15,000 บาท/เดือน
เงินทุนหมุนเวียนสำรอง แนะนำ 100,000 – 200,000 บาท

หมายเหตุ: ราคาอ้างอิงจากภาพโฆษณาทางการของแบรนด์ ควรติดต่อบริษัทโดยตรงเพื่อยืนยันราคาและเงื่อนไขล่าสุดก่อนตัดสินใจ

จุดเด่นที่ทำให้แซ่บเศรษฐีน่าสนใจ

น้ำยำปรุงรสสำเร็จ ใครทำก็อร่อย คือจุดขายที่สำคัญที่สุด เพราะแก้ปัญหาหลักของร้านอาหารอีสานทั่วไปที่รสชาติขึ้นอยู่กับทักษะของพ่อครัว เมื่อรสชาติเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา ลูกค้าจะมั่นใจและกลับมาซ้ำ

80 เมนู ครบจบในร้านเดียว ทั้งส้มตำ ยำ ทอด และอาหารตามสั่ง ทำให้รายได้ต่อลูกค้าหนึ่งคนสูงกว่าร้านที่ขายเพียงส้มตำอย่างเดียว และดึงดูดได้ทั้งลูกค้าที่ต้องการเมนูเดิมและลูกค้าที่อยากลองเมนูใหม่

วัตถุดิบผ่านครัวกลาง ทำให้ผู้รับไม่ต้องวุ่นวายหาซื้อวัตถุดิบเอง ลดภาระและควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า

ทำเลหน้าร้านสะดวกซื้อ เป็นหนึ่งในตัวเลือกทำเลที่แบรนด์สนับสนุน ซึ่งหมายถึงมีคนสัญจรตลอดวันโดยไม่ต้องสร้างฐานลูกค้าจากศูนย์

สัญญา 3 ปี ไม่มีค่าต่อสัญญา ทำให้วางแผนธุรกิจระยะยาวได้ชัดเจนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น

ระบบสนับสนุนครบวงจรจากแฟรนซ์บิซ ทั้งทีมออกแบบตกแต่งร้าน ทีมที่ปรึกษาทุกขั้นตอน และทีมวิเคราะห์การตลาด

 

วิเคราะห์กำไรและจุดคืนทุน

ตารางคำนวณกำไร (สมมติฐาน: ราคาเฉลี่ยต่อจาน 60–100 บาท)

ตัวแปร ระมัดระวัง ปกติ ดี
จำนวนลูกค้า/วัน 60 คน 130 คน 220 คน
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย/คน 70 บาท 80 บาท 90 บาท
รายได้/เดือน 126,000 บาท 312,000 บาท 594,000 บาท
ต้นทุนสินค้า ~40% 50,400 บาท 124,800 บาท 237,600 บาท
ค่าเช่า + แรงงาน + ไฟ 70,000 บาท 90,000 บาท 120,000 บาท
กำไรสุทธิ/เดือน ~5,600 บาท ~97,200 บาท ~236,400 บาท
คืนทุน (~500,000 บาท) ~89 เดือน ~5–6 เดือน ~2–3 เดือน

คำเตือน: สถานการณ์ “ระมัดระวัง” ชี้ให้เห็นว่าทำเลคือปัจจัยชี้ขาดโดยเฉพาะในตลาดอาหาร ต้องการทำเลที่มีคนหนาแน่นช่วงมื้อเที่ยงและมื้อเย็นเป็นหลัก

ทำเลที่เหมาะกับแซ่บเศรษฐี

ส้มตำและอาหารอีสานเป็นเมนูที่คนไทยนิยมตลอดทั้งวัน ทำเลที่เหมาะสมได้แก่ หน้าร้านสะดวกซื้อในย่านชุมชนหรือออฟฟิศ อาคารสำนักงานที่มีพนักงานต้องการอาหารกลางวัน ตลาดนัดและตลาดสดที่มีผู้คนพลุกพล่าน Community Mall ในย่านที่พักอาศัย และปั๊มน้ำมันที่มีลูกค้าแวะเวียนตลอดวัน

จุดแข็งและความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรู้

จุดแข็งของแซ่บเศรษฐี

น้ำยำสูตรสำเร็จคุมคุณภาพได้ทุกสาขาโดยไม่พึ่งทักษะพ่อครัว วัตถุดิบผ่านครัวกลางมาตรฐานเดียวกัน 80 เมนูครบจบในร้านเดียวเพิ่มรายได้ต่อลูกค้า ราคาเริ่มต้น 35 บาทเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม สัญญา 3 ปีไม่มีค่าต่อสัญญา และระบบสนับสนุนครบวงจรจากแฟรนซ์บิซ

ความเสี่ยงที่ต้องระวัง

งบลงทุนรวม 390,000–650,000 บาทต้องการทำเลที่ดีเพื่อคืนทุนได้ในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล ตลาดร้านส้มตำและอาหารอีสานมีคู่แข่งหนาแน่นทั้งรายย่อยและแบรนด์ใหญ่ ต้องการพนักงาน 2–4 คนมีค่าแรงต่อเนื่อง และต้องบริหารวัตถุดิบสดอย่างรัดกุมเพื่อลดของเสีย

 

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจลงทุน

  1. เยี่ยมชมสาขาที่เปิดอยู่จริง อย่างน้อย 2–3 สาขา เพื่อประเมินปริมาณลูกค้าและรสชาติ
  2. คุยกับผู้รับแฟรนไชส์เดิม ถามตรงๆ ถึงยอดขายจริงและการสนับสนุนจากแบรนด์
  3. วิเคราะห์ทำเลอย่างละเอียด โดยเฉพาะปริมาณคนช่วงมื้อเที่ยงและเย็นซึ่งเป็นช่วงหลัก
  4. สอบถามรายละเอียดงบก่อสร้าง ว่าอยู่ในช่วงไหนของ 390,000–650,000 บาท
  5. อ่านสัญญา 3 ปีให้ครบทุกข้อ โดยเฉพาะเงื่อนไขการยกเลิกและสิทธิ์ต่อสัญญา
  6. เตรียมเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือน ของค่าใช้จ่ายคงที่ทั้งหมด

แซ่บเศรษฐีเหมาะกับใคร?

แซ่บเศรษฐีเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีงบตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป มีทำเลในพื้นที่ที่มีคนสัญจรหนาแน่น ต้องการธุรกิจอาหารอีสานที่มีระบบมาตรฐานครบวงจรโดยไม่ต้องพัฒนาสูตรเอง และพร้อมบริหารร้านอย่างจริงจังตลอดสัญญา 3 ปี

 

บทสรุป

แซ่บเศรษฐีคือแฟรนไชส์อาหารอีสานที่แก้ปัญหาหลักของร้านส้มตำทั่วไปด้วยน้ำยำปรุงรสสำเร็จที่ใครทำก็อร่อย ด้วย 80 เมนูครบจบในร้านเดียว วัตถุดิบผ่านครัวกลางมาตรฐานเดียวกัน สัญญา 3 ปีไม่มีค่าต่อสัญญา และระบบสนับสนุนครบวงจรจากแฟรนซ์บิซ ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาสำหรับผู้ที่ต้องการธุรกิจอาหารไทยที่มีระบบมาตรฐานและฐานลูกค้าชัดเจน ปัจจัยชี้ขาดยังคงเป็นทำเลที่มีคนหนาแน่นช่วงมื้อเที่ยงและมื้อเย็น

📲 Facebook: แซ่บเศรษฐี

 

🔍 ดูธุรกิจอื่นๆ ได้ที่นี่ คลิก

 

อยากเริ่มธุรกิจ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรดี? หรือมีธุรกิจอยู่แล้ว อยาก “ขยายให้โต” มากกว่าเดิม งานนี้มีคำตอบให้คุณครบในที่เดียว! รวมแฟรนไชส์น่าลงทุน โอกาสใหม่ คำแนะนำจากตัวจริงในวงการ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่อยากมีธุรกิจ เจ้าของ SME มองหาโอกาสโต นักลงทุนหาช่องทางใหม่ หรือคนที่อยากอัปเดตเทรนด์ธุรกิจ มาที่นี่… ได้ไอเดียกลับไปแน่นอน

🎪 Franchise Expo Thailand 2026 By Smart SME 📅 6–9 ส.ค. 2569 | ฮอลล์ 6–8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

📋 สนใจจองบูธ: https://forms.gle/Ugm9Lrn4pFQbee9H8 ☎️ โทร. 094-915-4624 / 062-845-9515

🎟️ ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี: https://forms.gle/Y2zyJhVKrhbitHY58

 

adsnetcon2