ศูนย์รวมแฟรนไชส์น่าลงทุน

งานวิจัยไทยด้านเทคโนโลยีแอนติบอดี-อนุภาคนาโนเพื่อรักษาโรคไข้เลือดออก ได้รับการคัดเลือกภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของยูเนสโก

โครงการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีอนุภาคนาโนสำหรับนำส่งแอนติบอดีเพื่อการรักษาโรคไข้เลือดออกของไทย ได้รับการคัดเลือกภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การยูเนสโก (UNESCO’s International Decade of Sciences for Sustainable Development) สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพระดับโลก พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ

(24 กุมภาพันธ์ 2569) ณ อาคารวิจัยโยธี สวทช. – ดร.ร่มฉัตร ไกรว่อง นักวิจัยจากทีมวิจัยชีววิทยาโมเลกุลของไวรัสเด็งกี่และฟลาวิไวรัส กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลทางการแพทย์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเรื่อง “การนำส่งแอนติบอดีที่จำเพาะต่อโปรตีนของไวรัสเด็งกี่เข้าสู่เซลล์โดยใช้อนุภาคนาโนชนิดโพลีเมอร์ (Investigation of Dengue-infected Cells Treated with Antibody-Nanoparticles: Host and Viral Views)” พร้อมด้วย ผศ.ดร.นิสา ปฏิการมณฑล นักวิจัยร่วมในโครงการ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนอความก้าวหน้าของงานวิจัย โดยงานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาระบบอนุภาคนาโนชนิดโพลีเมอร์สำหรับนำส่งแอนติบอดีที่จำเพาะต่อเชื้อไวรัสเด็งกี่เข้าสู่เซลล์มนุษย์โดยตรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการรักษาโรคไข้เลือดออก

ดร.ร่มฉัตร ไกรว่อง กล่าวว่า โรคไข้เลือดออกยังคงเป็นความท้าทายสำคัญด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในช่วงปี 2567 – 2568 ยังคงมีการระบาดของโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 74,000 รายในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา สะท้อนถึงการระบาดตามฤดูกาลที่สร้างผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศในทุกปี งานวิจัยของเรามุ่งเสริมสร้างศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ภายในประเทศไทยเพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาที่มีความจำเพาะและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาวของประเทศไทย


การศึกษานี้เป็นการพิสูจน์แนวคิด (proof-of-concept) ในการใช้อนุภาคนาโนห่อหุ้มแอนติบอดีเพื่อป้องกันการสลายตัวจากเอนไซม์ภายนอกเซลล์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งเข้าสู่เซลล์ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า อนุภาคนาโนที่บรรจุแอนติบอดีสามารถเข้าสู่เซลล์ที่ติดเชื้อเด็งกี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสทั้งภายในและภายนอกเซลล์ นอกจากนี้ยังพบว่าอนุภาคนาโนดังกล่าวสามารถลดการตายของเซลล์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ดร.ร่มฉัตร กล่าวต่อว่า การพัฒนาเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังช่วยวางรากฐานสำหรับการพัฒนาทางเลือกใหม่สำหรับการรักษาโรคไข้เลือดออกที่มีความแม่นยำในอนาคตโดยขับเคลื่อนด้วยศักยภาพของนักวิจัยไทย ซึ่งมีความสำคัญต่อการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเสริมความพร้อมในการรับมือโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และอุบัติซ้ำได้ในอนาคต

นอกเหนือจากความสำคัญเชิงวิทยาศาสตร์แล้ว โครงการนี้ยังสนับสนุนความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศไทยโดยตรง ผ่านการยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยโรคติดเชื้อ นวัตกรรมการรักษา และเทคโนโลยีชีวการแพทย์ขั้นสูง ความสามารถในการพัฒนาและประเมินแนวทางการรักษาโรคไข้เลือดออกภายในประเทศช่วยเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเอง เร่งการรับมือต่อการระบาด และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขต่อโรคที่มียุงเป็นพาหะนำโรค ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศเขตร้อนมากกว่าภูมิภาคอื่น


โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุน Alliance of International Science Organizations for the Belt and Road Regions (ANSO) ภายใต้รหัสโครงการ ANSO-CR-PP-2021-08 และดำเนินงานร่วมกับภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หน่วยวิจัยไข้เลือดออก โรงพยาบาลศิริราช และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมการสนับสนุนทางวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญในประเทศจีนและสเปน สะท้อนความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

“การได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของยูเนสโก คาดว่าจะช่วยเสริมศักยภาพของโครงการในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเซลล์เจ้าบ้านกับไวรัสในระดับเซลล์ และนำองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ นอกเหนือจากการรักษาโรคไข้เลือดออก งานวิจัยนี้ยังอาจต่อยอดสู่การพัฒนาแนวทางรักษาโรคติดเชื้ออื่น ๆ ที่มีความสำคัญด้านสาธารณสุข สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โครงการคาดว่าจะก่อให้เกิดผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่ การยื่นขออนุสิทธิบัตรเทคโนโลยีอนุภาคนาโน การตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ การพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ และการขยายเครือข่ายความร่วมมือวิจัยระดับนานาชาติ การที่งานวิจัยของนักวิจัยไทยได้รับการบรรจุภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของยูเนสโก ตอกย้ำบทบาทสำคัญของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนและเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศไทยและประชาคมโลก” ดร.ร่มฉัตร ไกรว่อง กล่าวปิดท้าย

adsnetcon2