“ธนาคารออมสิน” จัดสินเชื่อ Street Food วงเงินรวม 1 หมื่นล้าน ปล่อยกู้แก่ผู้ค้า 2 หมื่นรายทั่วประเทศ!

“ธนาคารออมสิน” จัดสินเชื่อ Street Food วงเงินรวม 1 หมื่นล้าน ปล่อยกู้แก่ผู้ค้า 2 หมื่นรายทั่วประเทศ โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำที่ 0.4-0.6% ต่อเดือน ระยะเวลาผ่อนคืนเงินกู้นานสุดถึง 10 ปี แต่ละรายสามารถขอเงินกู้สูงสุดได้ไม่เกิน 3 ล้านบาท เริ่มนำร่องโครงการกับร้านค้าในซอยอารีย์ เป็นที่แรก ก่อนขยายต่อไปตามจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และจังหวัดอื่น ๆ ทั่วไทย “ชาติชายพยุหนาวีชัย” ระบุภายในไตรมาสที่ 4/60 จะพัฒนา application ของธนาคารออมสินให้สามารถรองรับการชำระเงินผ่าน QR code ได้จากธนาคารทุกแห่ง

นายชาติชาย พยุหนาวรช้ย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวภายหลังการเปิดตัวโครงการ Thailand Street Food By GSB นำร่องโครงการ “ช้อปพาเพลิน เดินชิม @อารีย์” ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นเการส่งเสริมและสนับสนุนนโยบาย Thailand 4.0 และนโยบายสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ของรัฐบาล ซึ่งธนาคารออมสินได้ให้ผู้ค้าขายร่วมเสริมสร้างประสบการณ์สังคมไร้เงินสดผ่านการชำระเงินด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด โดยใช้แอปพลิเคชัน GSB Pay และ MyMo บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะช่วยให้ได้รับความสะดวกในการรับจ่ายเงินทั้งผู้ค้า และผู้บริโภค

นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังได้ส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงิน และสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ผู้ค้าขายอาหารริมทาง (Street Food) รวมถึงผู้ค้าในร้านค้าตลาดสด และผู้ค้าบนรถขายของเคลื่อนที่ (Truck Food) ทั้งประเทศที่มีไม่น้อยกว่า 20,00 ราย สามารถกู้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และขยายกิจการ ซึ่งธนาคารได้จัดเตรียมวงเงินสินเชื่อ Street Food รวม 10,000 ล้านบาท โดยผู้กู้แต่ละรายจะสามารถกู้ได้ไม่เกิน 3 ล้านบาท

ส่วนเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่อเดือนจะอยู่ที่ 0.4-0.6% ขึ้นอยู่กับว่าผู้กู้จะมีหลักทรัพย์ค้ำประกันมาวางกับธนาคารออมสินด้วยหรือไม่ ขณะที่ระยะเวลาในการผ่อนชำระคืนเงินกู้กำหนดไว้นานสูงสุดถึง 10 ปี อย่างไรก็ตาม นายชาติชาย ยังย้ำว่า เมื่อเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ Street food ต่อปีของธนาคารออมสิน และอัตราดอกเบี้ยต่อปีของเงินกู้นอกระบบแล้ว จะถูกกว่าประมาณ 300% ต่อปี

ทั้งนี้ ธนาคารออมสินได้กำหนดการนำร่องเพื่อยกระดับร้านค้าริมทางแห่งแรกที่ซอยอารีย์, ถนนพหลโยธิน โดยโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจาก 4 หน่วยงาน คือ กรุงเทพมหานคร, กรมอนามัย, มูลนิธิสถาบันอาหาร, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพื่อช่วยพัฒนาทั้งความสะอาด และคุณภาพ รวมถึงสินเชื่อเพื่อยกระดับร้านค้าริมทางด้วย

ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ยังได้ประเมินถึงรายได้จากการค้าขายอาหารร้านค้าริมทางรวมทั้งประเทศ น่าจะมีไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี โดยการประเมินตัวเลขดังกล่าวเป็นการพิจารณาจากจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่มีมากกว่า 30 ล้านคน ซึ่งจะมีการใช้จ่ายโดยเฉลี่ยที่ 1,000 บาทต่อราย หรือคิดรวมเป็นเงินจะมีมูลค่าราว 30,000 ล้าบาท นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการซื้อขายโดยรวมที่คนไทยมีการซื้อขายกันเองอีกราว 20,000 ล้านบาท

สำหรับแผนการยกระดับร้านค้า Street Food ในปีนี้ ธนาคารออมสินจะเริ่มต้นดำเนินการที่จังหวัด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ เช่น เชียงใหม่, ภูเก็ต, หาดใหญ่ และโคราช เป็นต้น จากนั้น จึงค่อยขยายให้กระจายไปตามจังหวัดอื่น ๆ รวมทั้งธนาคารออมสินยังจะพยายามผลักดันร้านอาหารริมทางที่ขอสินเชื่อกับธนาคารให้ใช้ระบบชำระเงินผ่าน QR code ซึ่งเป็นระบบที่ธนาคารได้เริ่มใช้แล้ว โดยภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ ธนาคารจะพัฒนา application ให้สามารถรองรับการชำระเงินผ่าน QR code จากทุก ๆ ธนาคารได้ ซึ่งการชำระเงินผ่าน QR code จะช่วยสร้าง record ของผู้ค้าที่เป็นเครดิตในการกู้จากธนาคารได้ในอนาคต

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธนาคารออมสินเคยปล่อยเงินกู้ในรูปสินเชื่อรายย่อย เช่น ธนาคารประชาชนและสินเชื่อห้องแถว โดยปัจจุบัน สินเชื่อธนาคารประชาชนคงค้างจะมีทั้งสิ้น 100,000 ล้านบาท ส่วนสินเชื่อห้องแถวคงค้างจะอยู่ที่เกือบ 50,000 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนหนี้เสีย (NPL) ในกลุ่มนี้จะมีไม่เกิน 3% เมื่อเทียบกับ NPL ในภาพรวมของธนาคารออมสิน ที่มีสัดส่วน 2.3-2.4% ซึ่งผู้อำนวยการออมสินยังถือว่า NPL ในกลุ่มนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ

ติดตามชี้ช่องรวย

แสดงความคิดเห็น