เรือนไหมใบหม่อน ธุรกิจเส้นไหมไทยครบวงจร!

เรือนไหมใบหม่อน

ผ้าไหมนับเป็นเอกลักษณ์หนึ่งที่แสดงออกถึงความเป็นไทยเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาเป็นระยะเวลานาน ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมลดจำนวนลงเรื่อย ๆ อันผู้ประกอบการเศรษฐกิจที่ถดถอย ทำให้ผู้ประกอบซื้อขายผ้าไหมอย่างคุณทัศนีย์ สุรินทรานนท์ หรือคุณเหน่ง เจ้าของธุรกิจร้าน เรือนไหมใบหม่อน ผู้สืบทอดธุรกิจการค้าเส้นไหมของครอบครัว เล็งเห็นว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ ธุรกิจเส้นไหมของจังหวัดสุรินทร์ต้องล่มสลายแน่นอน

คุณเหน่งจึงผันตัวมาเป็นผู้ผลิตไหมเอง โดยทำความร่วมมือกับนิคมสร้างตนเองเลี้ยงไหมจังหวัดสุรินทร์ ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อฟื้นฟูกลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้กลับคืนมาอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ขาดการใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพซึ่งมีเนื้อที่กว่า 400 ไร่ แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมาก่อนต่อมาเมื่อผู้คนเลิกล้มอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม พื้นที่แห่งนี้จึงปรับเปลี่ยนตัวเองมาเป็นพื้นที่สำหรับปลูกข้าว มันสำปะหลังและอ้อย แต่คุณเหน่งมองว่าศักยภาพและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ที่สามารถฟื้นฟูและสร้างรายได้ให้สมาชิกในนิคมฯได้อีกครั้ง โดยการส่งเสริมให้สมาชิกหันกลับมาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพเสริมหลังจากการทำนาข้าว

เรือนไหมใบหม่อนจึงสมามารถพัฒนาสู่ธุรกิจหม่อนและไหมแบบครบวงจร ตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากหม่อนและไหม บนพื้นฐานการใช้วัตถุดิบและแรงงานจากท้องถิ่นเมืองสุรินทร์ เป็นศูนย์กลางในการรับซื้อผ้าไหมจากชาวบ้าน และนำไปจำหน่ายผ้าไหมไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

จากความสำเร็จในธุรกิจผ้าไหมทำให้คุณเหน่งมองว่าต้องมีการคืนกำไรคืนสู่ชุมชน ด้วยการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้วิถีชุมชนฅนกับไหม เพื่อจัดแสดงอุปกรณ์การทอผ้าไหม ผ้าไหมโบราณและโรงเรียนสอนทอผ้าไหม บนพื้นฐานของความเชื่อที่ว่า “หากรากหญ้าอยู่ไม่ได้ ก็ไม่มีต้นไม้ใดสามารถอยู่ได้เช่นกัน” สิ่งเหล่านี้สะท้อนเป็นแนวคิดการแก้ปัญหาโดยเริ่มจากจุดเล็กๆ เพื่อพัฒนาสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต

และอีกหนึ่งแนวคิดที่ต่อยอดจากความสำเร็จ คือการพัฒนาผ้าไหมไทยให้ทันยุคทันสมัยมากขึ้น คุณเหน่งเล่าให้ฟังว่า คนส่วนใหญ่จะคิดว่าผ้าไหมมักจะคู่กับคนแก่ ทำให้ผ้าไหมยังไม่แพร่หลาย จึงมองว่ากลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่กำลังซื้อค่อนข้างสูง จะทำอย่างไรให้วัยรุ่นไทยหันมาใช้ผ้าไหมกันมากขึ้น เรือนไหมใบหม่อน จึงพัฒนาผ้าไหมไทยให้กลายเป็นผ้าไหมยีนส์ เริ่มนำผ้าไหมยีนส์มาทำเป็นเสื้อผ้า กางเกง เครื่องใช้ที่ทันสมัยมากขึ้น และที่สำคัญผ้าไหมยีนส์ เรือนไหมใบหม่อน ได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นผ้าไหมยีนส์เจ้าแรกในเมืองไทย

โดยคุณสมบัติของผ้าไหมยีนส์ จะแตกต่างจากผ้ายีนส์ทั่วๆไป คือ เนื้อผ้านุ่ม ไม่แข็งกระด้าง ไม่ดูดกลิ่น ทำให้ใส่สบายไม่อับชื้นเพราะผ้าไหมมีสารแอนตี้แบคทีเรีย พร้อมป้องกันแสงยูวีได้เป็นอย่างดี เพราะเส้นไหมย้อมมาจากคราม ซึ่งมีสารบางชนิดในครามที่สามารถป้องกันแสงยูวีได้ ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศของเมืองไทยเป็นอย่างมาก นอกจากผ้าไหมยีนส์แล้ว เรือนไหมใบหม่อนยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้เลือกซื้ออีกหลายรายการ อาทิ เส้นไหมคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์ความงามจากรังไหม และรับการผลิตเส้นไหมตามออเดอร์อีกด้วย

และในเร็วๆ นี้ เรือนไหมใบหม่อนกำลังพัฒนาผ้าไหมยีนส์ให้มีสีสันที่หลากหลาย และทันสมัยมากยิ่งขึ้น ใครที่สนผลิตภัณฑ์เรือนไหมใบหม่อนตอนนี้มีผ้าไหมยีนส์มีวางหน่ายแล้วในราคา เมตรละ 1,800 บาท หากท่านเป็นแฟนรายการชี้ช่องรวยรายวันสามารถซื้อได้ในราคาเมตรละ 1,500 บาทเท่านั้น ใครที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สามารถเข้าไปชมตัวอย่างได้ที่ www.ruenmaii.com Line:rueanmaii หรือโทรศัพท์ 089-844-6990

ติดตามชี้ช่องรวย

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่แนะนำ