ทำธุรกิจให้ปังต้องมีหุ้นส่วน เจาะลึกโมเดลธุรกิจ SOS

ธุรกิจ

การมีหุ้นส่วนจึงเข้ามาช่วยจัดการย่อมดีกว่าการประกอบกิจการเพียงคนเดียว เพราะไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเงินทุน แต่มันหมายถึงว่า เราจะมีคนมาช่วยคิด ช่วยตัดสินใจ และช่วยเสริมส่วนที่ขาดหรือที่เรามองพลาดไป

หลายหัวดีกว่าหัวเดียว ในยุคที่ธุรกิจSMEsกำลังมาแรง ทำให้หลายต่อหลายคนอยากเริ่มเป็นเถ้าแก่หรือเถ้าแก่เนี้ยกันเป็นทิวแถว แต่การจะทำธุรกิจนั้นเป็นไปได้ยากมากที่เราจะจัดการทุกๆอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว

 

 

อย่างเช่นการรวมตัวกันของวัยรุ่นทั้ง 9 คนที่ร่วมกันสร้างธุรกิจมัลติแบรนด์ด้านแฟชั่น จนเป็นได้รับความนิยมอันดับหนึ่งของเมืองไทย สามารถขยายสาขาและเติบโตได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 ปี พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์แบรนด์แฟชั่นอีกกว่า 500 แบรนด์

ซึ่งธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้น ก็คือร้านเอสโอเอส หรือชื่อเต็ม เซนส์ ออฟ สไตล์ (SOS-SENSE OF STYLE) ร้านมัลติแบรนด์ชื่อดัง ที่รวบรวบแบรนด์ดังคุณภาพจากโลกออนไลน์มาไว้ที่ร้านเดียวกันโดยคงคอนเซ็ปไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแต่ละแบรนด์ล้วนเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและมีแฟนคลับติดตามอยู่จำนวนมาก

คุณบิ๊ก อริยะ จิรวรา หนึ่งในหุ้นส่วนร้านเอสโอเอส เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า เกิดจากวัยรุ่น 9 คน ที่อยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง และ มองเห็นปัญหาของการซื้อสินค้าออนไลน์ทั้งจากฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็น การที่ลูกค้าไม่ได้ลองสินค้าก่อน จนมีปัญหาเรื่องไซส์เสื้อผ้าที่ไม่ได้ขนาดกับรูปร่างของลูกค้า หรือแม้แต่ปัญหาร้านค้าออนไลน์ที่มีสินค้าดีๆ โดนๆ แต่ไม่มีเงินทุนเปิดช้อปหน้าร้านเป็นของตัวเองได้ ร้านมัลติแบรนด์ จึงเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นทางออกให้กับทั้งลูกค้าและร้านค้าที่ประสบปัญหาต่างๆ จากการซื้อขายบนออนไลน์นั่นเอง

ในช่วงแรกเอสโอเอสสามารถติดต่อแบรนด์ให้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ได้เพียงแค่ 30 แบรนด์เท่านั้น ภายในร้านจะรวบรวมสินค้าไว้หลายประเภท ทั้ง เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ อาทิ แหวน นาฬิกา สร้อยคอ และเคสโทรศัพท์ เป็นต้น มีทั้งแบรนด์ของคนทั่วไปและดารารวมอยู่ด้วย ซึ่งเอสโอเอสจะชูคอนเซ็ปที่ชัดเจนเน้นความ เรียบหรู ดูดี เพื่อเน้นกลุ่มเป้าหมายอายุ20-30 ปี

เมื่อฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ทำให้เอสโอเอสเติบโตแบบก้าวกระโดด สามารถขยายสาขาได้ถึง 8 สาขา ภายใน 3 ปี พร้อมกันนี้ยังมีพาร์ทเนอร์แบรนด์ดังมากถึง 500 แบรนด์ และเปิดแบรนด์ลูกขึ้นมาอีกหนึ่งร้านชื่อว่า เซ้นต์ หรือ Sense by SOS เน้นเสื้อผ้าใส่สบายใส่ได้ทุกวัน เจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มเด็กมัธยม หรือกลุ่มที่มีกำลังซื้อรองลงมา

เมื่อถามถึงหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ขนาดนี้ คุณบิ๊ก เล่าว่า จุดแข็งของแต่ละคนในหุ้นส่วน ที่ทำให้ธุรกิจมีความแข็งแรง เพราะแต่ละคนมีความเก่งแตกต่างกันไป และการทำธุรกิจเราต้องมีคุณธรรมเสมอ ทั้งต่อลูกค้าและต่อร้านค้าแบรนด์ดังที่ร่วมธุรกิจกับเรา และสิ่งสุดท้ายคือการลงมือทำ เมื่อเรามีไอเดีย และผ่านการวิเคราะห์แล้วว่าดี ควรรีบลงมือทำทันที

ติดตามรายการนิวเจนฉบับเต็มได้ที่ :  https://www.facebook.com/smartsme/videos/1034391886710832

ติดตามชี้ช่องรวย

แสดงความคิดเห็น