โอกาสของคนตัวเล็ก

  • ติดต่อเรา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อโฆษณา
Responsive image

ภาครัฐ ร่วมมือ กับภาคเอกชน เปิดตัวโครงการ "ไทยเด็ด" ตลาดเพื่อชุมช

หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผนึกกำลังเปิดโครงการ "ไทยเด็ด" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง พีทีทีโออาร์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกร์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น

 

ร่วมกันคัดสรรผลิตภัณฑ์แปรรูปจากวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพ มาจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้ชุมชนได้รับโอกาสในการต่อยอดองค์ความรู้พื้นบ้าน เพื่อยกระดับเข้าสู่ระบบการผลิตที่เป็นมาตรฐาน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น

คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ พีทีที โออาร์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ปรับแนวคิดธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ให้เป็น Living Community" โดยเป็นศูนย์กลางชุมชนและคู่ค้า ร่วมถึงการสร้างสรรค์สินค้าและบริการ พร้อมทั้งนำสินค้าชุมชน หรือ OTOP มาวางจำหน่าย

ต่อมาได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า SME D Bank และ ธ.ก.ส. จัดโครงการไทยเด็ดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ก่อเกิดการจ้างงาน ซึ่งล่าสุด ได้เปิดโครงการไทยเด็ด ณ สถานีบริการน้ำมัน พีทีทีสเตชั่น หจก.โค้งวิไลไทยเสรี จ.กำแพงเพชร ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้วางเป้าหมายนำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาวางจำหน่ายที่พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศ

ด้าน คุณวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการไทยเด็ด ถือเป็นการส่งเสริม สร้างโอกาสและเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนได้เป็นอย่างดี กรมฯ ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดีจากผู้ประกอบการ โอทอป ซีเล๊ค (OTOP Select) และจากเครือข่ายธุรกิจ "MOC Biz Club" ที่กรมฯ จัดตั้งขึ้นทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์รวมเครือข่ายผู้ประกอบการฐานราก ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ให้เกิดพันธมิตรทางการค้าที่เกื้อกูลกัน เกิดการเชื่อมโยงทางการค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่

เพื่อเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ ทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นการยกระดับและพัฒนาสินค้าวิสาหกิจชุมชน หรือ SME รายย่อยให้มีความเข้มแข็ง สินค้าได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานเดียวกัน สามารถขยายตลาดและมีแหล่งกระจายสินค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ เศรษฐกิจฐานรากที่มีความแข็งแกร่งจะส่งผลถึงระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศที่จะมีความมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้น

คุณมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางะขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า โครงการไทยเด็ดมีความสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างยิ่ง ซึ่ง ธพว.พร้อมร่วมทำหน้าที่สนับสนุนผู้ประกอบการ SME คนตัวเล็กในชุมชน ผ่านยุทธศาสตร์มอบ "3 เติม" ช่วยยกระดีบความสามารถ สร้างมาตรฐาน ขยายตลาด ซึ่งจะทำใก้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยังยืนได้แก่ 1.เติมทักษะ ผ่านกิจกรรมต่างๆ

เพิ่มขีดความสามารถการประกอบธุรกิจ 2.เติมทุน ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งธนาคารได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เช่น สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 และสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เพื่อธุรกิจเกษตร แปรรูปอาหาร ท่องเที่ยวชุมชน ค้าปลีก-ค้าส่ง และอาชีพอิสระ เป็นต้น และ 3.เติมคุณภาพชีวิต ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสิทธิประโยชน์และสวัสดิการรัฐ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคงในอาชีพ และลดภาระให้ครอบครัว

คุณภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า โครงการ "ไทยเด็ด" ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถภาคเกษตรไทยของ ธ.ก.ส. ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเกษตร (SMAEs) ที่มีความสามารถในการแข่งขันเป็นกลไกเชื่อมโยงสู่การพัฒนาตลอดจนห่วงโซ่สินค้าเกษตรตั้งแต่การผลิต การรวบรวม การแปรรูป และการตลาด

โดยภายในงานธนาคารได้นำผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดกำแพงเพชรที่ผลิตสินค้าได้คุณภาพมีมาตรฐาน จำนวน 12 รายซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์ผักปลอดภัยจากชุมชนเกษตรอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ของกินของใช้ที่คัดสรรอย่างดีมาจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชน ได้แก่ สินเชื่อ SME เกษตร และโครงการส่งเสริมและสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Credit)

ทั้งนี้ พีทีทีโออาร์ ในฐานะบริษัท Falgship ของกลุ่ม ปตท.ด้านการค้าน้ำมันและการค้าปลีกซึ่งมีพันธกิจในการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุ
ล โครงการไทยเด็ดจึงนับเป็นอีกหนึ่งพลังในการสนับสนุนการสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับชุมชนโดยรอบพื้นที่ที่ พีทีทีโออาร์ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนโครงการนี้ ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น เข้าร่วมโครงการนี้แล้ว 19 สถานี และคาดว่าจะมีจำนวน 100 สถานีในปีนี้