ศูนย์รวมแฟรนไชส์น่าลงทุน

แนะ 5 เคล็ดลับ ลดต้นทุนทำงานใน “ธุรกิจค้าปลีก”


ในยุคเศรษฐกิจที่มีแต่การแข่งขัน ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจค้าปลีก ที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การบริการจัดการเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดจึงมีความจำเป็น แน่นอนว่าคุณย่อมต้องการให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้น การบริหารต้นทุนการดำเนินงาน หรือการลดต้นทุนจะต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการการจัดการธุรกิจของคุณ

บทความจาก STOREHUB ได้กล่าวถึงกลยุทธ์การลดต้นทุนในธุรกิจค้าปลีกไว้อย่างน่าสนใจ โดยกล่าวไว้ว่า ต้นทุนการดำเนินงานคือค่าใช้จ่ายในการบริหารธุรกิจและการบำรุงรักษาในแต่ละวัน ต้นทุนการดำเนินงานได้แก่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และต้นทุนสินค้าที่ขายไปหรือ COGS (cost of goods sold)

ตัวอย่างของต้นทุนการดำเนินงาน ได้แก่

1.ค่าเช่า

2.ค่าสาธารณูปโภค

3.เงินเดือนพนักงาน

4.ค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาด

5.ค่าอุปกรณ์สำนักงาน

6.ค่าประกันและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกฎหมาย

7.ค่าซ่อมและค่าบำรุงรักษา

เมื่อมีค่าใช้จ่ายมากมายเช่นนี้ คุณจะเริ่มจากที่ไหน และเริ่มอย่างไร ในการลดต้นทุนการดำเนินงานในธุรกิจค้าปลีกของคุณ ไม่ต้องกังวลไป เรามีเคล็ดลับ 5 ข้อที่แสนจะมีประโยชน์มาบอก ได้แก่

1.เปลี่ยนงานที่ต้องทำเองและกินเวลาให้เป็นงานอัตโนมัติ เพราะเวลาเป็นเงินเป็นทอง ยิ่งคุณใช้เวลาไปกับงานที่ไม่จำเป็นน้อยเพียงใดก็ยิ่งดีเท่านั้น วิธีหนึ่งที่ใช้ได้ผลและมีประสิทธิภาพสำหรับการลดต้นทุนการดำเนินงานก็คือการใช้ตัวช่วยในการบริหารธุรกิจและกระบวนการเพื่อเปลี่ยนขั้นตอนต่าง ๆ ที่คุณต้องทำเองให้เป็นแบบอัตโนมัติ เช่น

-การตรวจสอบสินค้าในคลังและการคืนสินค้า

-ชั่วโมงที่ปฏิบัติงาน

-รายการสินค้าขายดี

-รายงานยอดขายประจำวัน

และอีกมากมาย โดยใช้ระบบ POS อัจฉริยะแบบของ StoreHub ซึ่งสามารถนำไปรวมกับซอฟท์แวร์ทำบัญชีและมีระบบการจัดการที่มีประโยชน์ดังนี้

-ระบบบริหารสินค้าคงคลัง

-ระบบบริหารพนักงาน

-ระบบ CRM (การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า)

การใช้ซอฟท์แวร์ทำบัญชี บริหารทรัพยากรมนุษย์ และบัญชีเงินเดือนในการทำธุรกิจ เพื่อลดเวลาที่ใช้ไปกับงานเอกสาร การใช้ซอฟท์แวร์และระบบดังที่กล่าวมาจะช่วยปรับปรุงขั้นตอนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพ และยังสามารถทำการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ที่สำคัญที่สุดคือช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากพนักงาน ซึ่งหมายความว่าเวลาที่ใช้ไปกับการแก้ไขข้อผิดพลาดจากการทำงานของพนักงานจะลดลงด้วย

2. เปิดร้านค้าออนไลน์

วิธีที่ยอดเยี่ยมวิธีหนึ่งในการลดต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจค้าปลีกก็คือเปิดร้านออนไลน์

และต่อไปนี้คือประโยชน์ข้อสำคัญที่สุดของการมีร้านค้าปลีกออนไลน์ สามารถขายสินค้าได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า ประกัน ค่าตกแต่งภายใน และอื่น ๆ เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นและเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย เปิดร้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์

สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงก่อนจะเปิดร้านออนไลน์คือการบริหารสินค้าคงคลัง คุณต้องระมัดระวังในเรื่องของการจัดสรรสินค้าหน้าร้านและร้านออนไลน์เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เช่น การขายเกินจำนวน หรือการบริหารสต็อกผิดพลาด การใช้ตัวช่วยอย่าง StoreHub Ecommerce ซึ่งสามารถเชื่อมต่อข้อมูลสินค้าหน้าร้านและร้านออนไลน์ให้ตรงกันได้ คุณจะไม่มีวันขายสินค้าเกินจำนวนหรือสั่งสินค้ามามากเกินไปเลย การบริหารหน้าร้านและร้านออนไลน์จากแพลตฟอร์มอย่าง StoreHub Ecommerce จะช่วยลดปริมาณงานและเวลาของคุณและพนักงานอย่างแน่นอน

3.การจ้างพนักงานชั่วคราว

การจ้างพนักงานชั่วคราว คือ การมอบหมายงานให้บุคคลภายนอก ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพในการลดต้นทุนการดำเนินงาน คุณควรจ้างพนักงานชั่วคราวให้ทำงานในส่วนที่ไม่จำเป็นต้องใช้พนักงานประจำ ตัวอย่างงานในธุรกิจค้าปลีกที่สามารถใช้พนักงานชั่วคราวทำได้ ได้แก่ การบันทึกข้อมูล การทำโซเชียลมีเดีย และการตรวจสอบสต็อก การจ้างพนักงานชั่วคราวจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในธุรกิจค้าปลีกของคุณได้ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการสัมภาษณ์ การจัดหาพนักงาน การจ้าง และการอบรม ได้งานที่เร็วและดีกว่า เนื่องจากเป็นการจ้างผู้ที่สามารถใส่ใจกับงานได้อย่างเต็มที่ เทียบกับคุณที่ต้องทำหน้าที่หลายอย่างพร้อม ๆ กัน ก่อนจะตัดสินใจจ้างพนักงานชั่วคราว ควรพิจารณาลักษณะงานก่อน เช่น มีข้อมูลสำคัญ สัญญาทางกฎหมาย การปกป้องข้อมูลหรือไม่ และคุณจะสังเกตและบริหารพนักงานจากภายนอกอย่างไร

4.มารักษ์โลกกันเถอะ!

คุณติดตามสินค้าคงคลังอย่างไร? จดใส่กระดาษหรือเปล่า? หรือคุณนับสินค้าทุกวันและใส่ข้อมูลลงในตาราง excel การทำเช่นนี้สิ้นเปลืองทั้งเวลาและกระดาษ คุณเห็นด้วยไหม?

วิธีที่ดีวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานก็คือแนวคิดรักษ์โลกนั่นเอง แนวคิดรักษ์โลกเป็นผลดีกับทั้งสิ่งแวดล้อมและธุรกิจของคุณ

ต่อไปนี้คือเคล็ดลับในการรักษ์โลกเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานในธุรกิจค้าปลีกของคุณ:

-ลดค่าไฟฟ้าด้วยการใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน เช่น หลอด LED และหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ (CFL) ซึ่งใช้ได้นานกว่า ประหยัดพลังงานกว่า และให้แสงที่สว่างกว่า

-ซื้อและใช้กระดาษให้น้อยลง โดยเริ่มจากคิดหาขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษ

-ใช้ระบบคลาวด์และบันทึกไฟล์ของคุณบนเครือข่ายคลาวด์อย่าง Google Drive ซึ่งคุณสามารถแก้ไขไฟล์ได้ทันที

5.ลดอัตราการลาออกของพนักงาน

บุคลากรคือทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดสำหรับทุก ๆ ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก และนี่คือเหตุผลหลักว่าเหตุใดการลาออกของพนักงานจึงมีค่าใช้จ่ายมากมายเมื่อมีพนักงานออกจากบริษัทไป ปัจจัยที่คุณควรคำนึงเมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลาออกของพนักงานได้แก่:

-ค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานใหม่ เช่น การลงประกาศรับสมัคร การสัมภาษณ์ การคัดกรอง การจ้าง

-ค่าใช้จ่ายในการเตรียมพร้อมพนักงานใหม่ เช่น ระยะเวลาการอบรม

-กำลังใจของทีมและวัฒนธรรมการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อพนักงานที่เป็นที่รักของผู้อื่นลาออก และคนอื่น ๆ เกิดคำถามว่าเพราะเหตุใด หรือคิดว่าจะลาออกเช่นกัน

-ประสิทธิภาพการทำงานที่หายไป: พนักงานใหม่อาจใช้เวลาถึง 1-2 ปีในการทำงานได้ระดับเดียวกับพนักงานเดิม

-ความผิดพลาดจากมนุษย์: พนักงานใหม่มีโอกาสทำผิดพลาดมากกว่าพนักงานเดิมเพราะพวกเขายังไม่คุ้นเคยกับระบบหรือขั้นตอนการทำงาน

ปัจจัยเหล่านี้ (และอื่น ๆ อีกมากมาย) อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่สูงได้ โดยเฉพาะเมื่ออัตราการลาออกสูง วิธีหนึ่งในการลดต้นทุนการดำเนินงานในธุรกิจของคุณคือการใส่ใจความสุขของพนักงาน สามข้อต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณควรเน้นหากต้องการรักษาพนักงานให้ได้มากขึ้น:

1.การเติบโต

2.คุณค่า

3.ความใส่ใจ

การให้โอกาสพวกเขาได้เลื่อนขั้น (เช่น จากพนักงานเสิร์ฟไปเป็นหัวหน้างาน และเป็นผู้จัดการ) คือวิธีที่ดีในการรักษาพวกเขาไว้ คนเราให้ความสำคัญกับลักษณะบริษัทที่พวกเขาทำงานให้ และเรื่องที่ว่างานของพวกเขามีคุณค่าต่อบริษัทหรือไม่ และยังชอบทำงานในสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนและเคารพซึ่งกันและกัน แสดงให้พนักงานของคุณเห็นว่าคุณเห็นคุณค่าของพวกเขาและใส่ใจพวกเขาโดยการสร้างบทสนทนาที่มีความหมายและการกระทำต่าง ๆ เช่น การจ่ายค่าจ้างอย่างเป็นธรรม การขึ้นค่าจ้างให้อย่างสม่ำเสมอ ประกันสุขภาพ ฯลฯ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : www.storehub.com