โอกาสของคนตัวเล็ก

  • ติดต่อเรา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อโฆษณา
Responsive image

รวม 10 เมนู อาหารต้านไวรัส สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกัน COVID-19

ช่วงนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน จะเห็นผู้คนสวมหน้ากากอนามัยแทบจะทุกคนทุกสถานที่ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19 บางคนหันมาใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อาหารที่เรารับประทานเข้าไปก็สามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เราได้เช่นกัน ตามคติโบราณที่บอกว่า “กินอาหารเป็นยา” นั่นก็คือ การกินสมุนไพรป้องกันโรคนั่นเอง และเมื่อเอ่ยถึงสมุนไพรไทยในบ้านเรานับว่ามีสรรพคุณไม่น้อย ชี้ช่องรวย จึงอยากจะมาแนะนำเมนูอาหารต้านไวรัส เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณๆ กันทั้งหมด 10 เมนู ดังนี้

1.ต้มยำ

ต้มยำร้อนๆ รสชาติเด็ด จัดจ้าน ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น “ขิง” ที่ช่วยขับลม “ข่า” ช่วยบำรุงระบบไหลเวียนโลหิต “ตะไคร้” ช่วยบรรเทาอาการหวัด “ใบมะกรูด” ช่วยแก้ลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ฯ ซึ่งโดยรวมแล้ว “ต้มยำ” ช่วยบำรุงระบบหายใจ และทำให้หายคัดจมูกได้เป็นอย่างดี

ส่วนผสม

1.กุ้งกุลาดำตัวใหญ่ หรือกุ้งแม่น้ำ หรือจะเป็นไก่ ปลาตามชอบค่ะ

2.เห็ดฟางผ่าครึ่ง

3.พริกขี้หนู

4.ใบมะกรูดฉีกเอาก้านออก

5.ข่าหั่นแว่น

6.ตะไคร้ทุบแล้วหั่นท่อน

7.ผักชี โรยหน้า

8.น้ำพริกเผา 1 ช้อนชา

9.มะนาว 1 ลูก

10.กะทิหรือนมข้นจืด 1/2 ถ้วย

11.น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ

12.น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

13.เกลือ 1 หยิบมือ

14.น้ำซุป (ถ้าไม่มีเป็นซุปสำเร็จรูปกับน้ำเปล่า)

ขั้นตอนการทำ

1.แกะเปลือกกุ้งผ่าเอาเส้นดำออกล้างให้สะอาด หั่นเครื่องต้มยำ พริก ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดและเห็ด ให้พร้อม (ถ้าเป็นไก่หรือปลา ให้สับหั่นพอดีคำ)

2.นำน้ำซุปไปตั้งไฟให้เดือด ใส่เครื่องต้มยำลงไปให้หมด พอเดือดอีกครั้งก็ใสกุ้งที่เตรียมไว้ลงไปเลย

3.หลังจากใส่กุ้งลงไปแล้ว ให้ใส่ น้ำตาล น้ำปลา พริกขี้หนู พริกเผา ใครชอบรสแบบไหนใส่ลงไปตามชอบ ตามด้วยเห็ดฟาง

4.ปิดเตาแล้วค่อยปรุงด้วยมะนาว(เคล็ดลับการบีบน้ำมะนาว ไม่ควรใส่มะนาวในน้ำที่กำลังเดือด เพราะจะทำให้มะนาวและน้ำซุปมีรสชม) โรยเกลือนิดหน่อยเพื่อดึงรสเปรี้ยวหวานเค้มให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

5.จัดชามเสิร์ฟ หั่นผักโรยหน้า เพิ่มความหอม

2.กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา

ในกะหล่ำปลีมีวิตามินซีสูง ทำให้ร่างกายแข็งแรง และช่วยป้องกันไข้หวัดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยป้องกันเลือดออกตามรายฟันได้อีกด้วย

ส่วนผสม

1.กะหล่ำปลี 1 หัว

2. กระเทียมไทยบุบ 4 หัว

3. น้ำปลาแท้ 4 ช้อนโต๊ะ

4. หมูสามชั้น 8 ชิ้น

วิธีทำ

1.แกะกะหล่ำปลีเป็นใบๆ จากนั้นล้างน้ำสะอาดแล้วเตรียมไว้

2.ตั้งกระทะโดยใช้อ่อน จากนั้นใส่หมูสามชั้นลงไปคั่วให้น้ำมันหมูออกมา เมื่อหมูสามชั้นเริ่มสีเข้ม ให้ใส่กระเทียมบุบผัดให้เข้ากันลงไป

3.ไม่ต้องเจียวให้กระเทียมเหลือง ให้ใส่กะหล่ำปลีที่เตรียมไว้ลงไปได้เลย แล้วทิ้งไว้ 10 วินาที

4.ค่อยๆ คลุกเคล้าให้ใบกะหล่ำโดนน้ำมันทั่ว ๆ กัน

5.เกลี่ยกะหล่ำปลีให้มาอยู่ตรงกลางกระทะ ทิ้งไว้ 5 วินาที

6.จากนั้นเหยาะน้ำปลาที่ขอบกระทะ ให้รอบๆ โดยอย่าให้กะหล่ำปลีโดนน้ำปลา แล้วทิ้งไว้จนน้ำปลาเริ่มส่งกลิ่นหอม

7.คลุกเคล้ากะหล่ำปลีกับน้ำปลาให้ทั่วสักพัก พร้อมเสิร์ฟ

เคล็ดลับ

1.ใช้กะหล่ำปลีที่สด วิธีดูคือใบจะต้องกรอบและไม่หลุดออกจากกัน

2. หลังจากล้างกะหล่ำปลีเสร็จแล้วให้สะเด็ดน้ำให้แห้งสนิท

3. การผัดจะต้องใช้ไฟแรง ใช้เวลาผัดน้อย และน้ำมันร้อนจัด

4.ใช้น้ำปลาแท้จะทำให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น

5. เวลาเหยาะน้ำปลาให้เหยาะที่กระทะโดยตรง เพื่อให้น้ำปลาสัมผัสกับผิวของขอบกระทะ รอจนน้ำปลาแห้งติดกระทะ แล้วค่อยเอาใบผักขึ้นไปคลุกๆ กับรอยน้ำปลาแห้งๆ นั้น ทำแบบนี้ผักจะหอมกลิ่นน้ำปลา

3.ลาบ

อาหารรสชาติจัดจ้าน ถูกอกถูกใจใครหลาย ๆ คน ด้วยส่วนผสม พริก หอมแดง สะระแหน่ ช่วยต้านทานไข้หวัดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

ส่วนผสม

1.น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย

2.หมูบด 250 กรัม

3.ตับ 50 กรัม

4.หนังหมูลวก

5.พริกขี้หนูคั่วป่น

6.ข้าวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ

7.น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

8.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

9.หอมแดงซอย

10.ผักชีฝรั่งซอย

11.ผักชีสับ

12.ใบสะระแหน่

วิธีทำ

1.ลวกตับและหนังหมู เตรียมไว้ก่อน

2.เทน้ำเปล่าลงไปในหม้อเล็กน้อย เปิดไฟปานกลาง เมื่อน้ำเดือดแล้วก็นำหมูลงไปรวนให้สุก

3. เสร็จแล้วก็นำตับและหนังหมูที่ลวกไว้แล้วลงไป ตามด้วยพริกขี้หนูคั่วป่น และข้าวคั่วตามใจชอบ จากนั้นก็คนให้เข้ากัน

4. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว แลน้ำปลา ตามด้วยหอมแดง ผักชีฝรั่ง ผักชีสับ และใบสะระแหน่ คลุกเคล้าให้เข้ากันพอประมาณ เสร็จแล้วก็ตักใส่จานเสิร์ฟ

4.แกงสายบัว

หลายคนอาจจะไม่คุ้นกับเมนูนี้ แต่รู้หรือไม่ว่าในสายบัวนั้น อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ในการต่อสู้กับไข้หวัดมากมาย ทั้ง การแก้ไอ ขับเสมหะ ถอนพิษไข้ให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี

ส่วนผสม

1.ปลาทูนึ่งตัดหัวทิ้ง 3 ตัว (หากในปลาทูยังมีไส้หรือสิ่งสกปรกให้นำออกก่อนนำไปแกง)

2.มะพร้าวขูด ½ กิโลกรัม คั้นให้ได้หัวกะทิ 1 ถ้วย และหางกะทิ 2 ถ้วย

3.สายบัวขาวลอกเปลือกหั่นเป็นท่อนยาว 3 นิ้ว ลวกสุก 250 กรัม

4.น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

5.น้ำปลา ¼ ถ้วย

6.น้ำมะขามเปียก ¼ ถ้วย

7.หอมเล็กปอกเปลือกบุบพอแตก 5 – 6 หัว

ส่วนผสมพริกแกง

1.รากผักชีสับหยาบ 1½ ช้อนโต๊ะ

2.พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา

3.กะปิอย่างดี 1½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.โขลกส่วนผสมพริกแกงรวมกันให้ละเอียด พักไว้

2.ผสมหัวกะทิและหางกะทิลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง ใส่พริกแกงลงไปคนให้ละลาย ใส่หอมเล็ก พอส่วนผสมเดือดใส่ปลาทูลงไปต้มนาน 1 – 2 นาที ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก แล้วจึงใส่สายบัว ปิดฝาหม้อต้มต่อสักพักให้สายบัวสุกและรสแกงซึมเข้าสายบัว ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ

Tip : ลวกสายบัวก่อนนำไปใช้แกงหรือผัด ช่วยให้สายบัวมีสีเขียวสวยไม่คล้ำ และไม่ทำให้น้ำแกงคล้ำอีกด้วย

5.ไข่เจียวชะอม

สรรพคุณของชะอม ช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย และยังช่วยขับลมออกจากร่างกาย ทำให้ให้รู้สึกสบายตัวอีกด้วย

ส่วนผสม

1.ไข่ไก่ 3 ฟอง

2.ชะอม 1 ถ้วย

3.ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

4.ผงปรุงรส 2 ช้อนชา

วิธีทำ

1.เด็ดชะอมให้เรียบร้อย ล้างน้ำให้สะอาด

2.ตอกไข่ใส่ชาม ตีให้เข้ากัน ใส่ชะอมลงไป ปรุงรสซีอิ๊วขาว ผงปรุงรส

3.เมื่อคลุกให้ทั่วเข้ากันดี ก้ตั้งน้ำมันกระทะให้เดือด แล้วเทไข่ลงไป รอจนด้านนึงสุก แล้วค่อยกลับอีกด้านทอดต่อตนสุก ยกขึ้น หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอคำ

6.ซุปไก่อุ่น

อาหารที่เราทานกันอยู่เป็นประจำโดยไม่รู้ตัว เช่น น้ำซุปที่แถมมาพร้อมข้าวแกง หรือข้าวมันไก่ ช่วยลดอาการไอ และ การอักเสบของปอดได้ด้วย

ส่วนผสม

1.ปีกบนไก่ 10-15 ชิ้น

2.รากผักชี

3.พริกไทยดำ 10-15 เม็ด

4.มันฝรั่ง ปอกเปลือกหั่นเต๋า 1-2 หัว

5.แครอท ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ

6.หอมหัวใหญ่ ปอกเปลือกหั่นเต๋า 1-2 หัว

7.มะเขือเทศลูกใหญ่ หั่นเต๋า 6 ลูก (เลือกลูกที่แข็ง ๆ เวลาสุกจะได้ไม่เละ)

8. ผักชี

9.น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ

10.เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ

11.น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

12.ผงปรุงรส หรือซุปก้อน

วิธีทำ

1.ใส่น้ำลงในหม้อ ประมาณ 1/2 หม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง (ขนาดหม้อตามสะดวก ขึ้นอยู่กับว่าชอบน้ำมากน้ำน้อย ส่วนน้ำไม่ต้องเป๊ะ ๆ ก็ได้)

2.ใส่ปีกบนไก่ รากผักชี พริกไทยดำเม็ด มันฝรั่ง และแครอทลงไปต้ม (ใส่สองอย่างนี้ก่อนเพราะสุกยาก ส่วนมะเขือเทศกับหอมใหญ่รอก่อน)

3.ต้มจนน้ำเดือด หมั่นช้อนฟองอากาศและไขมันออก (พอเดือดจะมีฟองและมันไก่ลอยออกมาให้เห็น ให้ช้อนฟองและมันออก เพื่อน้ำซุปของเราจะได้ใส ไม่ขุ่น และมันวาว)

4.ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือ น้ำตาลทราย และผงปรุงรส จากนั้นคนผสมเบา ๆ (อย่าคนนาน เดี๋ยวจะเละ ดูไม่น่ารับประทาน สำหรับใครที่เลือกซุปก้อนให้ใส่ลงไปพร้อมไก่เลย) ชิมรสตามชอบ จากนั้นใส่มะเขือเทศและหอมใหญ่ลงไปต้มจนเดือดอีกครั้งและผักสุก ตักใส่ถ้วย โรยด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟ

7.แกงฟักทอง

อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสารอาหาร ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย สู้กับไข้หวัดได้สบาย

ส่วนผสม

1.เนื้อหมู 150 กรัม

2.พริกแกงเผ็ด 1 ½ ช้อนโต๊ะ

3.น้ำมันสำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ

4.ฟักทอง 250 กรัม

5.พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด

6.ใบมะกรูด 4 ใบ

7.ใบโหรพา 2 ช้อนโต๊ะ

8.น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา

9.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

10.กะทิ 400 มล.

วิธีทำ

1.เตรียมฟักทอง เลือกฟักทองที่สด และแก่จัด สีเหลืองสวยงาม รสชาติหวานมัน ฟักทองแก่จัดจะได้ ความอร่อยหวานมันของฟักทอง แล้วนำมาล้างน้ำทำความสะอาด จากนั้นนำฟักทองมาผ่าซีกออก แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ

2.ปอกเปลือกฟักทองออกให้หมด แล้วหั่นเป็นชิ้นๆขนาดพอคำ แล้วล้างน้ำให้สะอาด แล้วสะเด็ดน้ำพักไว้

3.เลือกเนื้อหมูที่สดใหม่ จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ ขนาดพอคำ เตรียมไว้

4.เตรียมเครื่องปรุงรสต่างๆ สำหรับทำแกงฟักทองหมู ได้แก่ กะทิ ใบโหรพา ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้าแดงหั่น น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำมันสำหรับผัด พริกแกงเผ็ด เตรียมไว้

5.ตั้งหม้อ ใช้ไฟอ่อนๆ แล้วใส่น้ำมันสำหรับผัดลงไป แล้วรอให้นำมันร้อน จากนั้นจึงใส่พริกแกงเผ็ดลงไป แล้วผัดให้หอมแตกมัน

6.จากนั้นปรับไฟกลาง แล้วใส่เนื้อหมูหั่นบางลงไป แล้วผัดให้พอสุก

7.จากนั้นใส่กะทิลงไปครึ่งหนึ่ง แล้วรอให้เดือดพล่าน จากนั้นใส่เครื่องปรุงรสต่างๆลงไป ใส่น้ำตาลทราย น้ำปลาใส่ลงไป แล้วรอให้เดือด’

8.นำฟักทองหั่นชิ้นใส่ลงไป จากนั้นเติมกะทิส่วนที่เหลือลงไป ให้พอท่วมฟักทอง

9.จากนั้นรอให้เดือดอีกครั้ง แล้วจึงปิดฝาหม้อ แล้วต้มต่อไปประมาณ 5 นาที ฟักทองจะสุกพอดี

10.เมื่อต้มให้ฟักทองสุกดีแล้ว จากนั้นจึงใส่ใบมะกรูดฉีก พริกชี้ฟ้าแดงหั่น ใบโหรพาใส่ลงไป

11.คนเบาๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วปิดไฟยกลง

12.จัดเสิร์ฟ แกงฟักทองหมูหอมๆ เมนูอาหารแสนอร่อย รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม หวานมันหอมอร่อย ฟักทองหวานมัน เนื้อหมูนุ่มๆ กับกะทิหอมมัน หอมอร่อยเข้ากัน มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

8.น้ำพริกผักลวก

เมนูพื้นบ้านที่ทุก ๆ คนน่าจะคุ้นเคย มีสรรพคุณหลากหลาย ตามชนิดของผัก และน้ำพริกที่เลือกทาน เช่น น้ำพริกกะปิทานคู่กับถั่วฝักยาวที่มีวิตามินซี ช่วยป้องกันไข้หวัดและเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

ส่วนผสม

1.พริกขี้หนูสวน8 เม็ด

2.กระเทียมไทย2 หัว

3.น้ำตาลโตนดเมืองเพชร 1 ช้อนโต๊ะ

4.มะนาว1ลูก

5.กะปิอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ

6.ผักกวางตุ้ง กระเจี๊ยบเขียว ผักบุ้ง ข้าวโพดอ่อน สำหรับลวกตามชอบ

7.แตงกวา ถั่วฝักยาว ถั่วพูสดตามชอบ

8.มะเขือพวง10 เม็ด

9.น้ำเปล่า1ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.นำพริกขี้หนูสวนเด็ดขั้วออก , ปอกกระเทียม ล้างให้สะอาด นำกะเทียมใส่ครก ตามด้วยกะปิอย่างดี ตำให้เข้ากัน และนำพริกขี้หนูสวนพร้อมด้วยมะเขือพวงลงตำต่อ

2.นำน้ำตาลโตนดเมืองเพชร (จะมีความหอมหวานกลมกลาอมกว่าน้ำตาล หรือ น้ำตาลปีบทั่วไป) ใส่ลงในครก และ ตามด้วยบีบมะนาวลงไป สุดท้ายเติมน้ำเปล่า เพื่อไม่ให้น้ำกะปิ ข้นจนเกินไป เป็นอันเสร็จขั้นตอนน้ำพริกกะปิ

3.ขั้นตอนการลวกผัก ต้มน้ำให้เดือด หยดน้ำมันพืชสองหยด เพื่อให้ผักเขียวเงา ลวกผักทีละชนิด ข้าวโพดอ่อน ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง และ กระเจี๊ยบเขียว เสร็จแล้วแช่ในน้ำเย็น และนำขึ้นใส่จาน ตกแต่ง คู่กับผักสด ( ถั่วฝักยาว ถั่วพู แตงกวา) รับประทานเคียงกับน้ำพริกกะปิ เป็นอันเสร็จเมนูเพื่อสุขภาพ

9.ผัดคะน้าน้ำมันหอย

ในคะน้ามีสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณและป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ รวมไปถึงการป้องกันเชื้อหวัดด้วย

ส่วนผสม

1.คะน้า 200 กรัม

2.น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนโต๊ะ (สำหรับลวกผัก)

3.น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนโต๊ะ (สำหรับผัดซอส)

4.กระเทียมสับ 30 กรัม

5.เต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ

6.ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ

7.ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ

8.น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

9.กระเทียมเจียว ตามชอบ

วิธีทำ

1.ปอกก้านคะน้า เอาแต่ตรงด้านแข็งออก จากนั้นก็นำไปลวกด้วยน้ำเดือดผสมน้ำมันรำข้าวลงไปด้วย เพื่อความเงางาม เสร็จแล้วก็นำมาแช่น้ำเย็นเพื่อความกรอบ จากนั้นก็นำมาจัดเรียงใส่จานไว้

2.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเล็กน้อย จากนั้นก็ใส่กระเทียมสับและเต้าเจี้ยวลงไป ผัดให้เข้ากัน

3.ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาวและน้ำตาลทราย ผัดจนเป็นน้ำซอสเหนียวข้น เสร็จแล้วก็นำมาราดบนผักคะน้าลวก โรยกระเทียมเจียวตามใจชอบ

10.แกงส้มดอกแค

ดอกแค ช่วยปรับสมดุลภายในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันไข้หวัด อีกทั้ง พริกแกง ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง

ส่วนผสม

1.ปลาช่อน 1 ตัว

2. เครื่องพริกแกงส้ม ½ ขีด

3. น้ำซุป 3-4 ถ้วย

4. ดอกแค 10-20 ดอก

5. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ

6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

7. มะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

8. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.นำปลาช่อนมาล้างทำความสะอาด หั่นเอาแต่เนื้อปลาลงไปต้มในน้ำเดือด

2.นำดอกแคมาล้างทำความสะอาด แล้วเด็ดเกสรข้างในทิ้ง แล้วพักไว้

3.เมื่อปลาสุกแล้ว ให้นำเนื้อมาโขลกกับเครื่องพริกแกงส้มจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน

4.ตั้งไฟจนน้ำเดือดพอประมาณ ใส่พริกแกงลงไปละลาย ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ มะขามเปียก

5.ใส่ดอกแคลงไปต้มในน้ำเดือด เติมมะนาวลงไป ปรุงรสตามใจชอบ เคี่ยวจนเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ

6.ตักใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ