โอกาสของคนตัวเล็ก

  • ติดต่อเรา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อโฆษณา
Responsive image

คลังแจงแล้ว เงินดิจิทัล 10,000 บาท มีกลุ่มคนจำนวน 10 ล้านคน ต้องยืนยันตัวตนผ่าน KYC

คลังแจงแล้ว เงินดิจิทัล 10,000 บาท มีกลุ่มคนจำนวน 10 ล้านคน ต้องยืนยันตัวตนผ่าน KYC พร้อมเช็กวิธียืนยันตัวตน และเงื่อนไขการใช้ดิจิทัลวอลเล็ต

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า เงื่อนไขและเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ในเบื้องต้นนั้น การรับสิทธิโครงการไม่ต้องมีการลงทะเบี้ยน แต่ประชาชนต้องยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ

ผู้ที่ต้องยืนยันตัวตน KYC

ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการรัฐของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และมีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ต้องยืนยันตัวตน KYC โดย ณ ขณะนี้ มีผู้ที่ต้องยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ์ดิจิทัลวอลเล็ตราว 10 ล้านคน

สำหรับผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการรัฐก่อนหน้า เช่น โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เป็นต้น ไม่ต้องยืนยันตัวตนแต่อย่างใด หากเข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไข มีสิทธิ์รับเงินดิจิทัล 10,000 บาทได้ทันที

ทำไมต้องยืนยันตัวตน KYC

การยืนยัน KYC ที่ย่อมาจาก Know Your Customer เป็นกระบวนการที่สถาบันการเงินใช้ตรวจสอบตัวตนผู้ใช้บริการ โดยใช้เอกสารทางราชการออกข้อมูลส่วนตัวให้ เช่น เช่น ชื่อและนามสกุล ที่อยู่ วันเกิด โดยเป็นไปตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

การยืนยันตัวลักษณะนี้ ช่วยให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ช่วยป้องกันการทุจริตหรือปลอมแปลงข้อมูลในการทำธุรกรรม และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการอีกด้วย เนื่องจากผู้มีสิทธิ์ในโครงการต้องโหลดแอปฯ ถ่ายบัตรประชาชน กรอกเลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ ถ่ายรูปใบหน้าสแกนตัวตน และจะแจกในระบบบล็อกเชน ผ่าน Super App

วิธียืนยันตัวตน KYC

การยืนยันตัวตน KYC สามารถทำได้ด้วยกัน 2 วิธี มีรายละเอียดดังนี้

  1. ผู้มีสิทธิ์รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท สามารถยืนยันตัวตนด้วยตนเองที่ทุกธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ โดยนำบัตรประชาชนสมาร์ตการ์ด หรืออาจใช้กระดาษที่มี QR Code ให้ประชาชนสแกนเพื่อลงทะเบียนยืนยันตัวตน
  2. ผู้มีสิทธิ์สามารถยืนยันตัวตนในช่องทางออนไลน์ที่เรียกว่า E-KYC ผ่านแอปพลิเคชัน Super App คาดการณ์ว่าวิธียืนยันตัวตน KYC ไม่ต่างจากการยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชันเป๋าตัง

ยืนยันยกเลิกใช้จ่ายในรัศมี 4 กิโลเมตร

ระยะรัศมีการใช้จ่ายเงินดิจิทัล 10,000 บาท รมว.คลัง ยืนยันแล้วว่า ขณะนี้ยกเลิกใช้จ่ายในรัศมี 4 กิโลเมตรแล้ว และคณะอนุกรรมการฯ กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาให้ผู้มีสิทธิ์สามารถใช้จ่ายในเขตตำบล อำเภอ และจังหวัด โดยคาดว่า สามารถเริ่มใช้บริการได้ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567