ฉลากประหยัดพลังงาน
โดยในปีที่ผ่านมามีผลิตภัณฑ์ผ่านเกณฑ์จำนวน 79 ยี่ห้อ 1,522 รุ่น และสามารถประหยัดพลังงานให้ประเทศได้ 208 พันตัน/ปี หากคิดเป็นเงินประหยัดได้กว่า 6,900 ล้านบาท
โดยในปีที่ผ่านมามีผลิตภัณฑ์ผ่านเกณฑ์จำนวน 79 ยี่ห้อ 1,522 รุ่น และสามารถประหยัดพลังงานให้ประเทศได้ 208 พันตัน/ปี หากคิดเป็นเงินประหยัดได้กว่า 6,900 ล้านบาท
เพราะโลกต้องก้าวไปข้างหน้า ทุกการพัฒนานำมาซึ่งรอยยิ้ม และในทุกความคิดทุกจินตนาการจะไม่มีคำว่า…ทำไม่ได้…ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปทุกวัน และจินตนาการที่ไม่เคยหยุดยั้ง จึงได้ก่อเกิดองค์กรที่คอยช่วยเหลือ ตอบสนองความต้องการดังกล่าว และนี่คือที่มาของ DECC ที่เคียงข้างผู้ประกอบการมากว่า 14 ปี ดำเนินงานภายใต้ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รศ.ดร.วิโรจน์ ลิ่มตระการ ที่ปรึกษาอาวุโส DECC เล่าย้อนไปเมื่อสิบปีก่อนเทคโนโลยีถือเป็นเรื่องใหญ่และไกลตัวสำหรับผู้ประกอบการ SME มาก จะมีเพียงผู้ประกอบการขนาดใหญ่เท่านั้นที่เข้ามาให้ DECC ช่วยเหลือ แต่ ณ เวลานี้เกิดความผกผันหลายปัจจัยทำให้ผู้ประกอบการ SME กว่า 70% ของจำนวน SME ทั้งประเทศ หันมาพึ่งเทคโนโลยีหวังช่วยต่อยอดความคิด พัฒนาธุรกิจให้สามารถแข่งขันทั้งตลาดในและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับแนวทางการทำงานของ DECC นั้น มุ่งเน้นรับให้คำปรึกษา ออกแบบ ทดลอง แก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรมทุกขนาด โดยเฉพาะ SME ซึ่งที่ผ่านมา DECC พยายามสนับสนุนให้มีการนำนวัตกรรมอย่าง “ไฟไนต์เอลิเมนต์” (Finite Element Analysis, FEA) หรือ การใช้คอมพิวเตอร์ […]
ในช่วงที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในเมียนมาร์มีการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 33-48% เนื่องจากการปรับนโยบายด้านการลงทุนและการเก็บภาษี แต่เดิมมีอัตราภาษีนำเข้าที่สูง โครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่อยู่ระหว่างการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่อยู่ในช่วงเริ่มต้น สัดส่วนยอดขายผ่านการค้าปลีกแบบดั้งเดิมยังสูงถึงร้อยละ 90 ทำให้ตลาดยังต้องการสินค้านำเข้าอีกมากตามกำลังซื้อของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า เห็นได้จากยอดจำหน่ายอาหารแปรรูปในช่วง 5 ปี (2552-2556) ที่มีอัตราขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 12 ต่อปี โดยกลุ่มอาหารกระป๋องและอาหารสำหรับทารกเป็นสินค้าที่มีอัตราเติบโตสูงมาก
ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการธุรกิจบริการสุขภาพ” เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจบริการสุขภาพของไทย โดยเน้นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการเป็นหลัก และได้ทำการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานให้ได้ตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพสำหรับธุรกิจบริการสุขภาพของไทยปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพ จำนวน 179 ราย แบ่งเป็นธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ 32 ราย และธุรกิจสปาและนวดเพื่อสุขภาพ 147 ราย
เพื่อเป็นพื้นที่เรียนรู้และเผยแพร่ข้อมูล หวังช่วยกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวด้านการส่งออกและเสริมศักยภาพให้อาหารไทยเติบโตในตลาดโลก
ร้อยเอกสุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ปลายปีนี้ประเทศไทยต้องเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างสมบูรณ์ การเตรียมความพร้อมเพื่อเพิ่มความรู้ในด้านขั้นตอน กฎระเบียบใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการไทยพร้อมก้าวสู่ระดับแนวหน้าทั้งในตลาดโลกและตลาดอาเซียน การจัดโครงการดังกล่าวจะเป็นการช่วยเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการในรูปแบบของการจัดสัมมนา เน้นฝึกอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจถึงขั้นตอน กฎระเบียบ ข้อบังคับใหม่ๆ และข้อควรรู้ในสิทธิประโยชน์ทางการค้า เช่น กฎหมายศุลกากร ใบอนุญาตที่สำคัญจากหน่วยงานราชการและเอกชน ให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วม โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำและตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของหน่วยงานนั้นๆ มีเป้าหมายดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างน้อยปีละ 1,200 ราย ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ onestopservice.ditp.go.th ที่มาข้อมูล : ข้อมูลจาก DITP ชี้ช่องการค้า ประจำเดือนเมษายน 2558 / www.ditp.go.th
โดยกิจกรรมเสวนาดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนประจำปี 2558 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเสริมสร้างแนวคิด และองค์ความรู้ ตลอดจนสร้างเครือข่ายให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่มีความสนใจทำการค้าการลงทุนในตลาดฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ กรมฯ จะจัดกิจกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้ รวมถึงกิจกรรมขยายตลาดภายใต้โครงการพัฒนาและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนประจำปี พ.ศ. 2558 อย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมเสวนากลยุทธ์ SMEs ไทยสู่อาเซียนเดิม (อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน) ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้ประสานงานการจัดกิจกรรม โทร. : 0-2971-2288, 08-3004-3740, 09-4035-6603 ถึง 6605 Email : [email protected] ในวันและเวลาราชการ ที่มาข้อมูล : DITP ชี้ช่องการค้า ประจำเดือนเมษายน 2558 / www.ditp.go.th
ในปี 2557 อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย มีมูลค่าการส่งออกสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ทำรายได้สูงถึง 10,085 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 302,400 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมนี้ 15,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ SME ร้อยละ 90 โดยสินค้าที่มีอัตราการขยายตัว ได้แก่ เพชร พลอย เครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับแฟชั่น สำหรับปี 2558 นี้ กรมฯ จะดำเนินโครงการในระยะที่ 2 โดยยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในประเทศยุโรป และได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจาก Carlin International ประเทศฝรั่งเศส มาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทยเป็นรายบริษัท เพื่อพัฒนาและผลิตสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการถึง 20 บริษัท ส่วนเทรนด์เครื่องประดับในปี 2560 เน้นชิ้นเล็กๆ แต่ดูหรูหรา
ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่าบทบาทของ สวทช.จะทำหน้าที่สนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้ได้รับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งคัดกรองผู้ประกอบการ SME ที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดเป็นธุรกิจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น นอกจากนี้ อาจมีการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง 2 หน่วยงาน เนื่องจาก สวทช.มีหน่วยงานให้บริการและสนับสนุนแก่ภาคธุรกิจเอกชน รวมถึงการลงทุนต่างๆ เช่น การสนับสนุนการบ่มเพาะผู้ประกอบการเทคโนโลยีใหม่ โดยเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาและฝึกอบรมทางธุรกิจ รวมถึงการหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้แก่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของผู้ประกอบการต่างๆ เพื่อการค้นคว้า วิจัย และพัฒนา หรือเพื่อใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิต ตลอดจนการให้บริการสนับสนุนทางการเงิน เช่น กลไกการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ภาคเอกชน และการรับรองโครงการวิจัยและพัฒนา เพื่อหักลดหย่อนภาษี โดยผู้ประกอบการสามารถหักค่าใช้จ่ายสำหรับการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมได้เป็น 3 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง เป็นต้น
สำหรับการส่งเสริมนั้นมีการจัดอบรมให้ความรู้ในเรื่องของการออกแบบ (Design) คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ให้สอดรับกับแนวโน้มแฟชั่นและตรงตามความต้องการของตลาดและสร้างจุดขาย การพัฒนา (Developed) คือ การพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในอุตสาหกรรมแฟชั่น ทั้งในเรื่องบุคลากร นักออกแบบกระบวนการผลิต และการนำนวัตกรรมมาใช้ และดำเนินการอย่างบูรณาการ โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (Department of Industrial Promotion :DIP) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการสู่การพัฒนาเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของอาเซียน
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) องค์กรสำคัญต่อ SME ที่มีบทบาทหน้าที่ช่วยเหลือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยการค้ำประกัน วิสัยทัศน์หลักของ บสย. คือการเป็นสถาบันค้ำประกันสินเชื่อแห่งชาติ ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม SME เพื่อที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม โดยมีพันธกิจหลัก คือ ช่วยเหลือ SME ให้ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินจำนวนมากขึ้น จตุฤทธิ์ จันทรกานต์ รองผู้จัดการทั่วไปสายงานสนับสนุน บสย. พูดถึงภาพรวมด้านการเงินของ SME ในปัจจุบันว่า ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันยังไม่คล่องตัวเท่าไหร่นัก SME ควรจะต้องวางแผนในเรื่องของการเงิน การตลาด การจัดการ เพื่อเป็นการลดต้นทุน พร้อมเพิ่มศักยภาพในการผลิต ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ SME เกือบ 3 ล้านราย แต่ที่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นสถาบันการเงินจริงๆ มีเพียงแค่ 1 ล้านรายเท่านั้น ดังนั้น SME ส่วนที่เหลือจะต้องมีการวางแผนทางการเงินให้มากขึ้น นอกจากจะเป็นเจ้าของกิจการ บริการ ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพแล้ว การบริหารจัดการ การวางแผนทางการเงิน บสย.ก็เป็นส่วนหนึ่งที่หนุน SME ในการเข้าถึงแหล่งทุน โดยเฉพาะการเป็นผู้ค้ำประกันให้ SME […]
ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านล้านบาท ธุรกิจค้าปลีกเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ ซึ่งอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกของไทย ต้องเร่งพัฒนาโมเดลทางธุรกิจใหม่เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ และสร้างโอกาสทางการตลาดให้ได้ประโยชน์สูงสุด อภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้มีการเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจที่มีคุณภาพ พร้อมผลักดันให้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai ซึ่งได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำร่องผลักดันธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทยที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพจากกรมฯ จำนวน 77 ราย เตรียมความพร้อมก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจระยะยาว พร้อมกางยุทธศาสตร์ยกระดับโกอินเตอร์เข้าแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดใน AEC
ทั้งนี้ เมื่อลองมองมาที่สินค้าและบริการจากประเทศไทย ก็พบว่าในเรื่องของคุณภาพนั้น สินค้าไทยหลายชนิดที่มีการส่งออกไปขายยังต่างแดน ต่างก็เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในนานาประเทศว่าดีจริง อย่างไรก็ตาม การจะทำให้สินค้าและบริการเหล่านั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น สินค้าต้องมีการทำแผนประชาสัมพันธ์เป็นวงกว้าง ด้วยเหตุนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงได้จัดทำโครงการที่เน้นสร้างภาพลักษณ์ในมุมมองด้านการเน้นย้ำ “จุดแข็ง” และ “ความแตกต่าง” ของสินค้าไทย ภายใต้โครงการ THINK THAILAND ซึ่งเป็นหนึ่งแคมเปญประชาสัมพันธ์ ที่กรมฯ ต้องการใช้เป็นกระบอกเสียง ไว้คอยบอกเล่าให้ชาวโลกรู้จักสินค้าไทยในมุมมองต่างๆ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าไทยที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับโลก และหากต้องการซื้อสินค้าก็ให้นึกถึงสินค้าไทยเป็นลำดับแรก โดยวิธีการประชาสัมพันธ์ของ THINK THAILAND นั้น จะเน้นรายละเอียดเรื่อง เผยแพร่การรับรู้ให้ผู้บริโภคในต่างประเทศทราบว่า สินค้าที่ส่งออกจากประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพแล้ว ยังมีการมุ่งเน้นขายความเป็นไทย ที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเป็นการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรระหว่างองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่คอยเป็นศูนย์ข้อมูลในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นำเสนอสินค้าไทยให้ตลาดการค้าได้รู้จัก ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลเพื่อขยายการค้า การลงทุน รวมถึงหน่วยงานอื่น เช่น สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA), สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย, สมาคมมาตรฐานและคุณภาพแห่งประเทศไทย ฯลฯ ในการควบคุมคุณค่ามาตรฐานสินค้าไทยให้อยู่ในระดับสากลยอมรับ โดยสินค้าและบริการไทยภายใต้แคมเปญ THINK THAILAND […]
1. โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Policyloan) โดยให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 15,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4% โดยให้รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่าง 3% ให้ SME Bank ซึ่งสินเชื่อส่วนนี้จะมีการพิจารณาปล่อยผู้ประกอบการSME ที่มีประวัติแบล็กลิสต์ในเครดิตบูโรด้วย นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อในโครงการดังกล่าว โดยยอมรับความเสียหายจากปัญหาสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ สัดส่วน 30% จากปกติรับความเสียหาย 18% 2. โครงการ MachineFund เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและกระบวนการผลิตให้กับ SME 3. มาตรการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐสามารถผ่อนปรนการวิเคราะห์สินเชื่อให้แก่ SME ที่มีประวัติแบล็กลิสต์ในเครดิตบูโรได้ 4. มาตรการผ่อนปรนการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการนโยบายกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจที่ให้ SME Bank ปล่อยกู้แก่ลูกค้าซึ่งขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย และลูกค้ารายใหม่ที่มีศักยภาพไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย 5. มาตรการเพิ่มวงเงินที่รัฐบาลชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ SME ในปีแรก เพื่อช่วยให้ SME สามารถได้รับสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินได้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ […]
ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า การจัดประกวดครั้งนี้ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ตามหาเพชรน้ำดี SMEs ไทย” โดยมีกลุ่มธุรกิจ SME เป้าหมาย รวมทั้งสิ้น 4 ภาคอุตสาหกรรมหลักประกอบด้วย ภาคการผลิตภาคการค้า ภาคบริการ และภาคการเกษตร ซึ่งผู้ประกอบการ SME ที่สมัครเข้าร่วมประกวดจนสามารถผ่านการคัดเลือกเข้าสู่การสัมภาษณ์และตรวจเยี่ยมสถานประกอบการจะได้รับคำปรึกษาแนะนำ รวมถึงได้รับรายงานวิเคราะห์และประเมินผลการบริหารจัดการในด้านต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถดาวน์โหลดและยื่นใบสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2558 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0-2619-5500 ต่อ 588, 0-2298-3205 หรือ www.smesnationalawards.com
ตลอดระยะเวลา 14 ปี ผลิตภัณฑ์โอทอปเผชิญกับปัญหามากมาย ทั้งการตลาด บรรจุภัณฑ์ และการลอกเลียนแบบ แต่ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของหลายๆ ภาคส่วน ทั้งรัฐบาลและเอกชน รวมถึงสถาบันการเงินที่คอยเกื้อหนุน อีกทั้งยังมีแรงผลักดันสำคัญจากเครือข่ายโอทอปฯ อีกทางหนึ่ง พรพล เอกอรรถพร ประธานเครือข่ายโอทอประดับประเทศ สะท้อนปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสินค้าที่ถูก “ตราหน้า” เป็นสินค้าพื้นบ้านต่างจังหวัด ถึงแม้จะมีการพัฒนาคุณภาพหรือรูปลักษณ์ให้ดีและสวยงามเพียงใด แต่สินค้าก็ยังเป็นได้แค่ “ของดีประจำจังหวัด” ที่ขาดแรงหนุนด้านการตลาดจากผู้ซื้อในประเทศอยู่ดี เครือข่ายโอทอปฯ ถือเป็นโค้ชสำคัญของกลุ่มโอทอปย่อยในแต่ละจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่วางแผนและแนะนำแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมทั้งเป็นกระบอกเสียง คอยประสานนโยบายกับกรมพัฒนาชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสนับสนุนให้มีการจัดงานแสดงสินค้าระดับประเทศ เพื่อเป็นการขยายช่องทางการตลาด นอกเหนือจากการออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามโอกาสต่างๆ แล้ว เครือข่ายโอทอปฯ ยังมีศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าโอทอป บริเวณใต้ทางด่วนในกรุงเทพฯ 3 แห่ง ได้แก่ เพลินจิต สีลม และรามอินทรา ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มีเป้าหมายเพื่อนำสินค้าโอทอปขยายสู่คนเมืองและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ทางเครือข่ายโอทอปฯ ยังได้จัดตั้ง “เมืองโอทอป” อยู่ที่ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยกระจายผลิตภัณฑ์โอทอปให้กับกลุ่มสมาชิก และเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงพาณิชย์และสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ในการขยายช่องทางการจำหน่ายปลีกในแผนกดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ […]
ทั้งนี้ยังได้เปิดตัวโครงการยกระดับขีดความสามารถด้านการออกแบบเชิงวิศวกรรมของผู้ประกอบการ เพื่อช่วยสนับสนุน พัฒนาศักยภาพ ในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ และปรับปรุงผลิตภัณฑ์เก่าโดยการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนา จากการผลิตตามคำสั่ง OEM ไปสู่การมีความสามารถในด้านการออกแบบ ODM และจนสู่การมีตราสินค้าเป็นของตนเอง OBM ได้ในอนาคต สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม ทุกวันเวลาทำการ
ทั้งยกระดับบุคลากร และมาตรฐานการผลิตอุตสาหกรรมอาหารสู่สากล หนุนผู้ประกอบการ SME วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด คุณเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร พร้อมเดินหน้าลุย 3 โปรเจกต์ใหญ่ ได้แก่ โครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย โครงการพัฒนาเกณฑ์การบริหารสู่ความเป็นเลิศ ด้านความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืน และการให้รางวัล Thailand SustainabilityAward 2015 แก่กลุ่มอุตสาหกรรมบริการอาหาร และโครงการยกระดับ 600 ครัวอาหารของไทย ก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง เนื่องจากเป็นกฎหมายที่นักลงทุนนักธุรกิจรอคอยมานาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ จากเดิมการขอกู้เงินจากสถาบันการเงินต้องใช้ทรัพย์สินที่ส่งมอบได้ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน ทองคำ พันธบัตร ตราสารหนี้ใช้ในการค้ำประกันสินเชื่อ แก้ไขเพิ่มเติมด้วยการเปิดทางให้นำทรัพย์สินและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ส่งมอบไม่ได้มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ เครื่องมือเครื่องจักรอุปกรณ์ หรือทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ เมื่อเป็นทรัพย์สินที่ธนาคารเชื่อมั่นจะได้รับการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ เพราะเป็นมาตรการเร่งด่วนกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือ SME ของประเทศ นอกจากนั้น ยังกำหนดให้ผู้ให้หลักประกันมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย แลกเปลี่ยน จำหน่าย จ่ายโอน และจำนองสินทรัพย์ที่เป็นหลักประกันได้ แต่นำทรัพย์สินไปจำนำหลักประกันการชำระหนี้ต่อไปได้ และยังลดความเสี่ยงในการให้สินเชื่อของผู้รับหลักประกัน เช่น นาย ก. เป็นลูกหนี้นาย ข. เป็นเจ้าหนี้ นาย ค. เป็นผู้ค้ำประกัน หากนาย ค. นำเงินมาชำระหนี้แทนจะกลายเป็นเจ้าหนี้แทนนาย ข. ทำให้การบังคับชำระหนี้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ […]
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ล่าสุดรัฐบาลกัมพูชาได้มีแผนเจรจาทวิภาคีในการแลกเปลี่ยนสิทธิจราจรเพิ่มเติมกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทยและเวียดนาม ซึ่งจะส่งผลให้ชายแดนกัมพูชามีรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสารนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวกัมพูชาเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ในเรื่องการเพิ่มปริมาณและมูลค่าการค้าชายแดน ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างเสริมระบบเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดกัมพูชา ในลักษณะการพึ่งพา เอื้อประโยชน์เกื้อกูลกัน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และการลงทุนของผู้ประกอบการไทย
ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างรายได้ในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวให้ได้ 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2558 โดยตัวเลขดังกล่าว ส่วนหนึ่งของรายได้จะมาจากอุตสาหกรรมร้านอาหารไทยประมาณ 20% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ3 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้ทางสมาคมฯ กลับยังไม่มีนโยบายที่เป็นรูปธรรม ออกมารองรับเป้าหมายดังกล่าว นอกจากปัญหาร้านอาหารต่างชาติที่รุกตลาดธุรกิจร้านอาหารไทยอย่างหนัก โดยเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยจนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการบริโภค โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นและอิตาเลียนที่ปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจอาหารสูงมาก โดยขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปีอยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 ส่วนร้านอาหารไทยมีอัตราการเติบโตเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น จากปัญหาดังกล่าว สมาคมฯ จึงได้มีการปรึกษาหารือกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารไทย เพื่อเสนอให้จัดหาสถาบันวิจัยมาทำการวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารไทยในเชิงลึก เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการวางนโยบาย และใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เพื่อสร้างมาตรฐานร้านอาหารไทยให้ทัดเทียมกัน “ในฐานะสมาคมฯ เราเองเปรียบเสมือนเป็นพี่เลี้ยงที่แนะนำแนวทางในการประกอบธุรกิจ พร้อมกันนี้ยังเป็นตัวกลางที่จะช่วยสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ประกอบการสู่ความเป็นมาตรฐาน รวมถึงคอยชี้แนะว่าสิ่งไหนควรทำ ไม่ควรทำเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานของภาครัฐด้วยมาตรฐานเดียวกัน” นายกสมาคมภัตตาคารไทยเล่าถึงเป้าหมายของสมาคมฯ ที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมและเข้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง อาทิ งานมหกรรมอาหารทั่วไทย โครงการ “ไทยซีเล็คท์” (Thai Select) ที่ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ โครงการ “อาหารสะอาด รสชาติอร่อย” (clean food […]
สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สสวท.) หรือ ATSME ถืออีกหนึ่งสมาคมที่ทำหน้าที่พัฒนา SME ไทยอย่างโดดเด่น และเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ เพื่อให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมการประกอบธุรกิจของ SME “เพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด” หญิงแกร่งที่มานั่งบริหารในฐานะ นายกสมาคม ATSME เธอเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการสะท้อนปัญหาที่แท้จริงของ SME รวมทั้งประสานนโยบายร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนา SME ที่ปัจจุบัน ATSME มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 9,116 ราย จากทั่วประเทศ ทั้งกลุ่ม Startup ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ทายาทธุรกิจ และกลุ่มที่ต้องฟื้นฟูธุรกิจ ATSME จะให้ความสำคัญกับการดูแล SME กลุ่ม Startup และขนาดเล็กเป็นพิเศษ พัฒนาให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเติบโตขึ้นมาให้ความช่วยเหลือผู้อื่นได้ต่อไป ส่วนกลุ่มขนาดกลางและขนาดใหญ่ จะเน้นส่งเสริมการขยายเครือข่ายและขยายตลาด เพื่อให้เติบโตอย่างยั่งยืน “ในช่วงที่ผ่านมา ATSME ใช้กลไก ‘การสร้างเครือข่าย’ เป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาผู้ประกอบการ […]
ปัจจุบันมีการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายธุรกิจ Biz Club จำนวน 21 แห่ง ได้แก่ ส่วนกลาง (กรุงเทพฯ) 1 แห่ง และส่วนภูมิภาค 20 แห่ง โดยในปี 2558 ดร.กรัณย์ สุทธารมณ์ ประธานเครือข่ายธุรกิจ Biz Club Thailand คนแรก มีแผนจะตั้งศูนย์เครือข่ายธุรกิจ Biz Club ส่วนภูมิภาคเพิ่มอีก 15 แห่ง และคาดว่าจะตั้งศูนย์ฯ ครบทั่วทั้งประเทศภายในปี 2559 “เราเป็นโมเดลรูปแบบใหม่ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างแท้จริง การทำงานค่อนข้างอิสระ ขับเคลื่อนด้วยภาคเอกชนที่เป็นกลุ่ม SME ภายใต้การสนับสนุนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ความตั้งใจของเราคือ เชื่อมโยงเครือข่าย พัฒนาธุรกิจไทย ก้าวไกลสู่สากล เครือข่าย Biz Club เปิดกว้างให้ SME สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยไม่จำกัดอายุธุรกิจและประเภทธุรกิจ โดยสมัครเป็นสมาชิกได้ที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าของแต่ละจังหวัด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เรามุ่งหวังจะเป็นพลังหนึ่งในการสร้างเครือข่ายของ SME ทุกระดับ […]