ส้มตำและยำเป็นเมนูที่คนไทยคุ้นเคยและทานได้ทุกวัน ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศก็ต้องรู้จัก และแซ่บเศรษฐี คือแบรนด์ที่นำเมนูอาหารอีสานยำต่างๆ มาสร้างมาตรฐานเป็นแฟรนไชส์ครบจบในร้านเดียว ปัจจุบันขยายไปแล้วมากกว่า 30 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล จุดที่น่าสนใจของแบรนด์คือมีรูปแบบร้านให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ Kiosk ขนาดเล็กไปจนถึง Station ขนาดใหญ่ที่รองรับลูกค้าได้มากขึ้น

รู้จักแซ่บเศรษฐี ก่อนตัดสินใจ
แซ่บเศรษฐีผลิตน้ำยำปรุงรสสำเร็จที่ใครทำก็อร่อย วัตถุดิบคัดสรรคุณภาพดีผ่านครัวกลาง มั่นใจได้ว่าเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องไปจัดหาวัตถุดิบเอง มีเมนูแซ่บให้เลือกกว่า 80 เมนู ทั้งส้มตำ ยำ ทอด และอาหารตามสั่ง ครบในที่เดียว ราคาเริ่มต้นเพียง 35 บาท
โครงสร้างแพ็กเกจและราคา
แซ่บเศรษฐีมีรูปแบบให้เลือก 3 รูปแบบ ตามงบและขนาดพื้นที่
รูปแบบ Kiosk — ราคา 390,000 บาท
คีออสขนาด 3×3 เมตร ได้รับป้ายไฟ ป้ายอาหารตกแต่งร้าน ซิงค์ล้างงานพร้อมถังดักไขมัน เคาน์เตอร์ครัว อุปกรณ์สัมตำ ยำ อาหารตามสั่ง หม้อทอดไฟฟ้า หม้ออบลมร้อน เมนูอาหาร ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน วัตถุดิบตั้งต้นวันเปิดร้าน ระบบขาย จัดการหน้าร้าน สิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้า การเทรนพนักงาน โต๊ะเก้าอี้แคมปิ้ง 3 ชุด และทีมงานให้คำปรึกษาตลอดอายุสัญญา
รูปแบบ Station — ราคา 1,290,000 บาท
คีออสขนาด 9×3 เมตร ได้รับป้ายไฟ ป้ายอาหารตกแต่งร้าน เครื่อง POS ระบบขาย จัดการหน้าร้าน โต๊ะเก้าอี้ทั้งชั้นบนและล่าง เครื่องครัวสแตนเลส อุปกรณ์สัมตำ ยำ อาหารตามสั่ง กล้องวงจรปิด 5 ตัว หม้อทอดไฟฟ้า หม้ออบลมร้อน เมนูอาหาร ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน วัตถุดิบตั้งต้นวันเปิดร้าน สิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้า การเทรนพนักงาน และทีมงานให้คำปรึกษาตลอดอายุสัญญา
รูปแบบ Built in (ขนาด 80 ตร.ม.) — ราคา 390,000 บาท
รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่หน้าร้านอยู่แล้ว ได้รับบริการส่งพื้นที่ ออกแบบฟรี ทีมงานให้คำปรึกษาตลอดอายุสัญญา เครื่อง POS พร้อมระบบขายจัดการหน้าร้าน สิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้า การเทรนพนักงาน ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน และวัตถุดิบตั้งต้นวันเปิดร้าน
หมายเหตุ: ราคาไม่รวมอุปกรณ์ ก่อสร้าง และค่าตกแต่งพื้นที่ที่เกิน 80 ตารางเมตร และวัตถุดิบแถมฟรีมูลค่า 20,000 บาท เฉพาะผู้จองในงานเท่านั้น

เงื่อนไขสัญญาและค่าธรรมเนียม
| รายการ |
รายละเอียด |
| ระยะเวลาสัญญา |
3 ปี |
| งบการลงทุน |
3.9 แสน – 1.29 ล้านบาท |
| เงินทุนหมุนเวียน |
5 หมื่นบาท/เดือน |
| ค่า Royalty Fee |
3% ต่อเดือน |
| ค่า Marketing Fee |
3% ต่อเดือน |
| ระยะเวลาคืนทุน |
6 เดือน – 2 ปี |
บริการเสริมด้านการจัดการ
หากต้องการให้ทางแบรนด์จัดหาพนักงานให้พร้อมเทรนนิ่ง มีค่าใช้จ่าย 30,000 บาทต่อครั้ง โดยการันตีพนักงานอยู่ครบ 6 เดือน หากพนักงานออกก่อน 6 เดือน จัดหาให้ใหม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และหากต้องการให้ทางแบรนด์ดูแลบัญชี สรุปยอดขาย สรุปกำไร มีค่าใช้จ่าย 6,000 บาทต่อเดือน
เงื่อนไขการต่อสัญญา
กรณีปฏิบัติตามกฎระเบียบของค่าต่อแฟรนไชส์หลังครบสัญญา 3 ปี อยู่ที่ 60,000 บาทต่อ 3 ปี แต่หากไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดนใบเตือน 1 ครั้ง ค่าต่อจะเพิ่มเป็น 90,000 บาทต่อ 3 ปี โดนใบเตือน 2 ครั้ง เพิ่มเป็น 150,000 บาทต่อ 3 ปี และโดนใบเตือน 3 ครั้ง จะไม่สามารถต่ออายุสัญญาได้
จุดเด่นที่ทำให้แซ่บเศรษฐี น่าสนใจ
ขยายไปแล้วมากกว่า 30 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจนี้อยู่รอดได้จริงในระยะยาว
มีน้ำยำสำเร็จผ่านครัวกลาง ควบคุมมาตรฐานรสชาติให้เหมือนกันทุกสาขา ผู้ลงทุนไม่ต้องจัดหาวัตถุดิบเองให้ยุ่งยาก
มีรูปแบบร้านให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ Kiosk ขนาดเล็กไปจนถึง Station ขนาดใหญ่ ทำให้ปรับให้เข้ากับงบและพื้นที่ของแต่ละคนได้
มีเมนูให้เลือกกว่า 80 รายการในร้านเดียว ราคาเริ่มต้นเพียง 35 บาท เข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม

จุดแข็งและความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรู้
จุดแข็งของแซ่บเศรษฐี
มีสาขาจริง 30+ แห่งพิสูจน์แล้ว น้ำยำสำเร็จจากครัวกลางควบคุมมาตรฐาน มีรูปแบบร้านหลายขนาดให้เลือก และมีทีมงานให้คำปรึกษาตลอดอายุสัญญา
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
มีค่า Royalty Fee และ Marketing Fee รวม 6% ต่อเดือนจากยอดขาย ซึ่งเป็นต้นทุนต่อเนื่องที่ต้องคำนวณเข้าไปในแผนธุรกิจ เงื่อนไขการต่อสัญญามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามจำนวนใบเตือนหากไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ จึงควรศึกษาเงื่อนไขให้เข้าใจถ่องแท้ก่อนเซ็นสัญญา และธุรกิจส้มตำยำมีคู่แข่งจำนวนมากในตลาด
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจลงทุน
เลือกรูปแบบร้านให้เหมาะกับงบและขนาดพื้นที่ Kiosk สำหรับงบเริ่มต้น หรือ Station สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่
คำนวณต้นทุน Royalty Fee และ Marketing Fee รวม 6% ต่อเดือนเข้าไปในแผนธุรกิจ
สอบถามเงื่อนไขการต่อสัญญาและกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามให้ชัดเจน
พิจารณาว่าต้องการใช้บริการเสริมจัดหาพนักงานหรือดูแลบัญชีเพิ่มเติมหรือไม่
สำรวจทำเลว่ามีร้านส้มตำยำคู่แข่งใกล้เคียงมากน้อยแค่ไหน
แซ่บเศรษฐี เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้ที่มีงบลงทุนตั้งแต่สามแสนเก้าหมื่นบาทขึ้นไป ต้องการแบรนด์อาหารอีสานที่มีสาขาจริงพิสูจน์แล้ว ไม่ต้องการจัดหาวัตถุดิบเอง และมีทำเลที่มีปริมาณลูกค้าพอสมควรรองรับรูปแบบร้านที่เลือก
บทสรุป
แซ่บเศรษฐี คือส้มตำ ยำ ตามสั่ง ครบจบในร้านเดียว ที่ขยายไปแล้วมากกว่า 30 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล จุดแข็งสำคัญคือน้ำยำสำเร็จผ่านครัวกลางที่ควบคุมมาตรฐานรสชาติทุกสาขา มีรูปแบบร้านให้เลือกตั้งแต่ Kiosk 390,000 บาท ไปจนถึง Station 1,290,000 บาท เหมาะกับผู้ที่อยากมีธุรกิจอาหารอีสานที่มีระบบสนับสนุนครบวงจร
ดูธุรกิจอื่นๆ ได้ที่นี่ → คลิก
มหกรรมชี้ช่องรวย แฟรนไชส์ GRAND SALE โอกาสใหญ่ของคนอยากมีธุรกิจ
ช้อปโอกาส ช้อปธุรกิจ ช้อปความสำเร็จ รวมแฟรนไชส์น่าลงทุน พร้อมดีลพิเศษ
26–29 พฤศจิกายน 2569
ฮอลล์ 101 ไบเทค บางนา
มหกรรมชี้ช่องรวยแฟรนไชส์ ครั้งที่ 20
สนใจจองบูธ : 094-915-4624, 062-845-9515
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : ชี้ช่องรวย