ในตลาดโยเกิร์ตปั่นที่กำลังร้อนแรงในปี 2569 มีชื่อหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ นั่นคือแฟรนไชส์ Koomi (คูมิ) แบรนด์ที่ไม่ได้แค่ขายโยเกิร์ต แต่เป็นผู้บุกเบิกวัฒนธรรม “Drinking Yogurt หรือโยเกิร์ตดูดได้” เจ้าแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2562
Koomi ภายใต้บริษัท คูมิ ดริ้งค์ จำกัด นำเข้าวัฒนธรรมการดื่มโยเกิร์ตจากออสเตรเลียมาสร้างความแตกต่างในตลาดไทย โดยใช้โยเกิร์ตนำเข้าจากออสเตรเลีย รสชาตินัวรสนมมากกว่าเปรี้ยว เน้นความแปลกใหม่ผ่านท็อปปิ้งเช่น เผือกกวน หรือแตงโม และภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดูสดใสแบบสไตล์ออสเตรเลีย

รู้จัก Koomi Thailand ก่อนตัดสินใจ
Koomi คือโยเกิร์ตดูดได้ที่นำเข้าแบรนด์มาจากประเทศออสเตรเลีย โดยจะไม่ใช้ผลไม้แช่แข็งหรือแยมผลไม้ สินค้าเน้นความอร่อยด้วยผลไม้ผลสดๆ โยเกิร์ตสด และของแถมของแก้วนี้คือสุขภาพที่ดี ทานแล้วไม่รู้สึกผิดกับร่างกาย ทานได้ทุกเพศทุกวัย
จุดที่ทำให้ Koomi แตกต่างจากโยเกิร์ตปั่นทั่วไปในตลาดคือโมเดล “Drinking Yogurt” ที่ลูกค้าสามารถดูดและกินไปพร้อมกันได้ ซึ่งเป็น Format ที่ยังไม่มีใครทำในไทยก่อนปี 2562 ทำให้ Koomi มีความได้เปรียบในแง่ของการครองพื้นที่ในจิตใจของผู้บริโภคกลุ่มรักสุขภาพ
ข้อมูลผลประกอบการล่าสุด ปี 2567
นี่คือข้อมูลที่ชี้ช่องรวยมองว่าสำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุน เพราะตัวเลขจริงพูดได้ดีกว่าคำโฆษณาใดๆ
ผลประกอบการปี 2567 ของ Koomi อยู่ที่รายได้ 13 ล้านบาท และยังขาดทุนอยู่ 2.2 แสนบาท
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า Koomi ยังอยู่ในช่วงของการสร้างแบรนด์และขยายสาขา ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับแบรนด์ที่เน้น Premium Positioning แต่นักลงทุนต้องรับรู้ข้อเท็จจริงนี้ก่อนตัดสินใจ

โครงสร้างค่าใช้จ่ายทั้งหมด ปี 2569
ค่าแฟรนไชส์และงบลงทุน
| รายการ |
รายละเอียด |
| ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น |
400,000 บาท |
| ระยะเวลาคืนทุน (ประมาณการ) |
10 เดือน* |
| จำนวนสาขาปัจจุบัน |
25 สาขา |
*ขึ้นอยู่กับทำเล กลุ่มลูกค้า และปัจจัยอื่นๆ
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องเตรียม
| รายการ |
ประมาณการ |
| ค่าตกแต่งและอุปกรณ์เพิ่มเติม |
100,000 – 300,000 บาท |
| ค่าเช่าพื้นที่ต่อเดือน |
20,000 – 80,000 บาท (ขึ้นอยู่กับทำเล) |
| ค่าวัตถุดิบเปิดร้านล็อตแรก |
50,000 – 100,000 บาท |
| เงินทุนหมุนเวียนสำรอง |
แนะนำ 100,000 – 150,000 บาท |
| รวมงบที่ควรเตรียมทั้งหมด |
~700,000 – 1,000,000 บาท |
หมายเหตุ: ราคาข้างต้นอ้างอิงจากข้อมูลสาธารณะ ควรติดต่อบริษัทโดยตรงเพื่อยืนยันราคาและเงื่อนไขล่าสุดก่อนตัดสินใจ
ตำแหน่งในตลาดโยเกิร์ตปั่น ปี 2569
ในตลาดโยเกิร์ตปั่นปี 2569 มี 3 แบรนด์หลักที่น่าพิจารณา ได้แก่ Yoguruto แบรนด์ไทยที่โตเร็วที่สุดและมีกำไรสูงสุด มีรายได้ 127 ล้านบาทและกำไร 19 ล้านบาทจากสาขากว่า 155–250 แห่ง Mr. Jolly แบรนด์พรีเมียมออสเตรเลียที่แม้มีเพียง 20 สาขาแต่ทำกำไรได้ 1.6 ล้านบาทจากรายได้ 19 ล้านบาท และ Koomi ผู้บุกเบิก Drinking Yogurt เจ้าแรกในไทยที่มีรายได้ 13 ล้านบาทแต่ยังขาดทุนเล็กน้อย 2.2 แสนบาท
ในมุมมองของชี้ช่องรวย Koomi มี Positioning ที่ชัดเจนและแตกต่างจากคู่แข่ง แต่การที่ยังขาดทุนในปี 2567 ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Yoguruto ทำกำไรได้สูงกว่ามากเป็นสัญญาณที่นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

จุดแข็งและความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรู้
จุดแข็งของ Koomi
เป็นผู้บุกเบิก Drinking Yogurt เจ้าแรกในไทยมาตั้งแต่ปี 2562 ทำให้มีความได้เปรียบด้านการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มลูกค้าพรีเมียม ใช้โยเกิร์ตนำเข้าจากออสเตรเลียแท้ ไม่ใช้ผลไม้แช่แข็งหรือแยมผลไม้ สร้างความแตกต่างที่ชัดเจนจากคู่แข่ง ภาพลักษณ์แบรนด์สดใสสไตล์ออสเตรเลียเหมาะกับทำเลในห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียมและกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
ผลประกอบการปี 2567 ยังขาดทุนอยู่ 2.2 แสนบาท แม้จะเป็นตัวเลขไม่มากแต่ก็เป็นสัญญาณที่ต้องติดตาม จำนวนสาขาเพียง 25 แห่งสะท้อนว่าการขยายตัวยังช้าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ราคาขายที่สูงกว่าตลาดทำให้กลุ่มลูกค้าแคบกว่า ต้องการทำเลในพื้นที่กลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อสูงเท่านั้น และต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าอาจผันผวนตามอัตราแลกเปลี่ยน

ทำเลที่เหมาะกับ Koomi
Koomi เหมาะสำหรับทำเลในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่กลุ่มลูกค้าพร้อมจ่ายเพื่อวัตถุดิบนำเข้าและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทำเลที่เหมาะสมได้แก่ ห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ เช่น Siam Square, Central, EmQuartier ย่านออฟฟิศที่มีพนักงานบริษัทกำลังซื้อสูง Community Mall ในย่านที่พักอาศัยระดับบน และโรงพยาบาลชั้นนำที่ลูกค้าต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจลงทุน
- ไปกินจริงก่อน ทดลองสินค้าหลายรายการ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและรสชาติที่จะนำไปขายให้ลูกค้า
- วิเคราะห์กลุ่มลูกค้าในทำเล ว่ามีกำลังซื้อและพร้อมจ่ายในระดับราคาพรีเมียมของ Koomi หรือไม่
- สำรวจคู่แข่งในรัศมี โดยเฉพาะร้านโยเกิร์ตและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในพื้นที่เดียวกัน
- สอบถาม Royalty Fee และค่าธรรมเนียมต่อเนื่อง ให้ชัดเจนก่อนลงนามสัญญา
- คุยกับผู้รับแฟรนไชส์เดิม ถามตรงๆ ถึงยอดขายจริงและความพอใจต่อการสนับสนุนจากแบรนด์
- เตรียมเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือน เพราะทำเลพรีเมียมใช้เวลาสร้างฐานลูกค้ามากกว่าทำเลแมสทั่วไป
Koomi เหมาะกับใคร?
Koomi เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเน้นภาพลักษณ์และความพรีเมียม โดยมีทำเลในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่กลุ่มลูกค้าพร้อมจ่ายเพื่อวัตถุดิบนำเข้าและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบลงทุน 700,000 – 1,000,000 บาท มีทำเลในพื้นที่กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง และต้องการแบรนด์ที่มีเรื่องราวและความแตกต่างชัดเจน
ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยอดขายปริมาณสูงในระยะเวลาสั้น หรือมีทำเลในชุมชนที่กลุ่มลูกค้าไม่ได้มองหาสินค้าพรีเมียม
บทสรุป
Koomi คือผู้บุกเบิกที่น่าเคารพในตลาด Drinking Yogurt ของไทย ด้วยความกล้าที่จะนำวัฒนธรรมการดื่มโยเกิร์ตจากออสเตรเลียมาสร้างตลาดใหม่ตั้งแต่ปี 2562 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผลประกอบการปี 2567 ที่ยังขาดทุนเล็กน้อยและจำนวนสาขาที่เติบโตช้า เป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบด้านควบคู่กับจุดแข็งของแบรนด์
สำหรับนักลงทุนที่มีทำเลพรีเมียมชัดเจนและเชื่อมั่นใน Positioning ของ Koomi นี่คือโอกาสที่น่าพิจารณา แต่ต้องทำการบ้านให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเสมอ
📞 สอบถามข้อมูลแฟรนไชส์ Koomi Thailand
📲 Line: @koomithailand
Facebook: Koomi Thailand
🌐 Instagram: @koomithailand
🔍 ดูธุรกิจอื่นๆ ได้ที่นี่ → คลิก
อยากเริ่มธุรกิจ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรดี? หรือมีธุรกิจอยู่แล้ว อยาก “ขยายให้โต” มากกว่าเดิม งานนี้มีคำตอบให้คุณครบในที่เดียว! รวมแฟรนไชส์น่าลงทุน โอกาสใหม่ คำแนะนำจากตัวจริงในวงการ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่อยากมีธุรกิจ เจ้าของ SME มองหาโอกาสโต นักลงทุนหาช่องทางใหม่ หรือคนที่อยากอัปเดตเทรนด์ธุรกิจ มาที่นี่… ได้ไอเดียกลับไปแน่นอน
🎪 Franchise Expo Thailand 2026 By Smart SME 📅 6–9 ส.ค. 2569 | ฮอลล์ 6–8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
📋 สนใจจองบูธ: https://forms.gle/Ugm9Lrn4pFQbee9H8 ☎️ โทร. 094-915-4624 / 062-845-9515
🎟️ ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี: https://forms.gle/Y2zyJhVKrhbitHY58