โอกาสของคนตัวเล็ก

  • ติดต่อเรา
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อโฆษณา
Responsive image

Am Tea ปรับกลยุทธ์ใหม่ เน้นเจาะลูกค้ากลุ่มรักษ์โลก เพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ

ด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจทำให้หลายๆ ธุรกิจสะดุดกับวิกฤตินี้ แต่ในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม โดยเฉพาะฟู้ดเดลิเวอรี่กลับเติบโตสวนกระแส ครั้งนี้จึงอยากแนะนำอีกหนึ่งแบรนด์แฟรนไชส์ที่สามารถปรับตัวรับสถานการณ์จนสามารถเติบโตไปได้อย่างมั่นคง และเติบโตอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 5 เดือนกับ Am Tea แฟรนไชส์แบรนด์หน้าใหม่ โดนใจสายคาเฟ่นั่งชิล

 


คุณเม ณปภัช วรปัญญาสถิต ผู้บริหารแบรนด์ Am Tea (แอมที) เล่าว่า ด้วยธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มเป็นรูปแบบที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต แม้ช่วงแรกของการเปิดตัวแบรนด์ และสร้างการรับรู้ในแบรนด์จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่หลังจากมุ่งทำการตลาดอย่างตรงจุดทั้งออนไลน์ และออฟไลน์อย่างการไปออกบูธงาน Smart SME Expo 2020 ก็มีแฟรนไชส์ซีให้การตอบรับอย่างต่อเนื่อง

 


ปัจจุบัน Am Tea ขยายไปแล้วกว่า 34 สาขา แบ่งเป็นในไทย 30 สาขา กัมพูชา 4 สาขา และรอคิวเปิดเพิ่มอีกกว่า 20 สาขาทั้งไทยและลาว ล่าสุดก็กำลังจะมีสาขาที่สวิตเซอร์แลนด์ ภายในเดือนพฤษภาคม 2564 นี้ พร้อมปรับโมเดลธุรกิจเป็นรูปแบบคาเฟ่ เน้นสร้างประสบการใหม่ และนำกาแฟ และขนมโตเกียวที่รังสรรค์ได้ทั้งเมนูคาวหวานเข้ามาเสริมทัพ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคที่หลากหลาย และการสั่งผ่านแอปฟู้ดเดลิเวอรี่ที่ต้องการความครบครันในที่เดียวด้วย พร้อมอำนวยความสะดวกทั้งเรื่องระบบ การสร้างแบรนด์ เรื่องไฟล์รูปภาพสวยๆ ไปจนถึงเรื่องการตลาดออนไลน์ให้กับแฟรนไชส์ซี

 


อ่านเรื่อง : กลยุทธ์ความสำเร็จ Am Tea ธุรกิจชานมวัย 5 เดือน กับ 34 สาขา

โดยภายในเดือนมีนาคม 2564 นี้ จะมุ่งสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ ให้เป็นแบรนด์ที่มีความรักษ์โลกมากยิ่งขึ้น ด้วยการลดใช้พลาสติกแต่จะนำแพคเกจจิ้งรูปแบบไบโอพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาใช้กับทุกๆ สาขา แม้ว่าจะทำให้ต้นทุนแพงขึ้น แต่เพื่อความต้องการให้ Am Tea เป็นแบรนด์ที่มีส่วนช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการสั่งซื้อแพคเกจจิ้งในจำนวนที่มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ต้นทุนไม่สูงเกินไป พร้อมใช้วัตถุดิบเกรดคุณภาพของไทยมายกระดับธุรกิจ ซึ่งจะมีเพียงชาไต้หวันเท่านั้นที่เป็นวัตถุดิบนำเข้า

‘การขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโควิด เรามองว่าทุกวิกฤติมีโอกาส และคนที่ปรับตัวเร็วและแตกต่าง ก็จะสามารถอยู่ได้ เราจึงพยายามทำตัวเองให้แตกต่างจากเจ้าอื่นในตลาดให้มากที่สุด การทำธุรกิจเราพยายามคิดเอาใจเขามาใส่ใจเรา และคิดตลอดเวลาว่าถ้าเราเป็นลูกค้าเราจะซื้อแบรนด์นี้มั้ย สิ่งนี้เลยทำให้เราพัฒนาไม่หยุดนิ่ง’

 


จากกระแสตอบรับมากมายทำให้ Am Tea กลายเป็นแบรนด์หน้าใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และด้วยแฟรนไชส์ชานมอยู่ในตลาด Red Ocean มีการแข่งขันกันดุเดือด แต่เรากลับไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่งเนื่องจากไม่มีแบรนด์ไหนที่ซื้อเริ่มต้นที่ 59,900 บาท แต่สามารถได้รับทั้งระบบบริหารจัดการ รวมถึงสูตรชา สูตรกาแฟ สูตรขนมโตเกียว โดยจะได้กำไรต่อแก้วสูงถึง 40-60%

สำหรับทำเลที่แนะนำให้เปิดสาขา หากลุกค้ามีทำเลของตัวเอง ที่ไม่เสียค่าเช่า แนะนำควรเปิดบนพื้นที่ของตัวเอง เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าร้าน เพราะมองว่าปัจจุบันลูกค้าให้ความสำคัญกับบรรยากาศ และการตกแต่งร้าน แม้ร้านไม่ได้อยู่ในทำเลที่มีคนสัญจรผ่านไปมาพลุกพล่าน แต่สามารถทำร้านได้ออกมาสวย นั่งสบาย ก็จะมีลูกค้าแวะเวียนไปมาไม่ขาดสาย หรือยังสามารถมียอดขายมาจากเดลิเวอรี่ได้อีกทาง แต่ถ้ายังไม่มีทำเลเป็นของตัวเอง แนะนำให้เปิดตามชุมชน ตลาด สถานศึกษา และแหล่งออฟฟิศสำนักงานต่างๆ โดยสิ่งสำคัญคือต้องมองคู่แข่งในบริเวณนั้นๆ ด้วย เช่นถ้าเราไปเปิดเป็นเจ้าที่ 2-3 อาจจะพอสู้ได้ แต่ถ้าเปิดเป็นเจ้าที่ 4-5 ก็ไม่ควรเข้าไปแข่งขัน โดยจากประสบการณ์แล้วร้าน Am Tea จะสามารถใช้เวลาคืนทุนประมาณ 3 เดือนเท่านั้น

 


‘เราเชื่อว่าธุรกิจร้านชานมยังไปต่อได้อีกนาน เพราะกลุ่ม Milk Tea Lover ยังไงก็ไม่หยุดดื่ม แต่เทรนด์ในอนาคตผู้บริโภค ผู้คนจะมองหาประสบการณ์ใหม่ เช่น แบรนด์ใหม่ ทางเลือกใหม่ รสชาติใหม่ ต่อไปเรื่อยๆ สิ่งที่แบรนด์ต้องปรับตัวคือการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย และยังคงได้ส่วนแบ่งของตลาดอยู่ นี่จึงทำให้เราใส่ใจในเรื่องของแบรนด์ดิ้งที่ดูดี ในราคาที่เข้าถึงง่าย เราต้องทำให้คนซื้อรู้สึกว่าเค้าได้จากเรา มากกว่าที่เราได้จากเค้า’ ณปภัช วรปัญญาสถิต

 

 

FB: Am Tea Thailand 
FB: Am Tea Cambodia

Tags: Am Tea